เสด็จเที่ยวไปผู้เดียว ไม่มีใครเหมือน ทรงประกอบ
ด้วยพระเมตตากรุณา หาผู้เสมอเหมือนมิได้ เป็นผู้
สม่ำเสมอ สงบระงับแล้ว มีความชำนาญ คงที่ มีชัย-
ชนะสมบูรณ์ เป็นนักปราชญ์ ปราศจากความหลง
ไม่ทรงหวั่นไหว ไม่มีความสงสัย เป็นผู้พอพระทัย
มีโทสะอันคลายแล้ว ไม่มีมลทิน ทรงสำรวม มีความ
สะอาด ล่วงธรรมเครื่องข้อง มีความเมาอันกำจัดแล้ว
มีวิชชา ๓ ถึงที่สุดแห่งภพทั้ง ๓ ทรงก้าวล่วงเขต
แดน เป็นผู้หนักในธรรม มีประโยชน์อันถึงแล้ว ทรง
หว่านประโยชน์ ทรงยังสัตว์ให้ข้าม เปรียบเหมือน
เรือ ทรงมีขุมทรัพย์ ทรงทำความเบาใจ ไม่ทรงครั่น
คร้ามดังราชสีห์ เหมือนพระยาคชสารอันฝึกแล้ว ใน
กาลนั้น ครั้นเราสรรเสริญพระมหามุนี พระนามว่า
ปทุมุตตระ ผู้มียศใหญ่ ด้วยคาถา ๑๐ คาถา ถวาย
บังคมพระบาทพระศาสดาแล้ว ได้ยืนนิ่งอยู่. พระ-
ศาสดาพระนามว่า ปทุมุตตระ ผู้รู้แจ้งโลก สมควร
รับเครื่องบูชา ประทับอยู่ท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ได้ตรัส
พระคาถาเหล่านี้ว่า ผู้ใดสรรเสริญ ศีล ปัญญา และ
สัทธรรมของเรา เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจง
ฟังเรากล่าว ผู้นั้นจะรื่นรมย์ อยู่ในเทวโลกตลอดหก
หมืนกัป จักเสวยไอศวรรย์ ล่วงเทวดาเหล่าอื่น ภาย
หลังอันกุศลมูล ตักเตือนแล้ว เขาจักออกบวชใน
ศาสนาของพระผู้มีพระภาคเจ้า พระนามว่า โคดม