ก็พระเถระครั้นเป็นพระอรหันต์แล้ว เมื่อจะพยากรณ์พระอรหัตผล
ด้วยมุขคือการชี้แจงข้อปฏิบัติอันเป็นส่วนเบื้องต้นของตน ได้กล่าวคาถา ๒ คาถา
ความว่า
เราทำกระท่อมด้วยใบตาล ๓ ใบ ที่ริมฝั่งแม่น้ำ
คงคา บาตรของเราเหมือนดังหม้อสำหรับรดน้ำศพ
และจีวรของเราเป็นดังผ้าคลุกฝุ่น ในระหว่าง๒พรรษา
เราพูดเพียงคำเดียว ในภายในพรรษาที่ ๓ เราทำลาย
กองความมืด คืออวิชชาได้แล้ว ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ติณฺณํ เม ตาลปตฺตานํ คงฺคาตีเร
กุฏี กตา ความว่า เราสร้างกุฎีไว้ที่ริมฝั่งแม่น้ำคงคา เพื่อป้องกันฝนด้วย
ใบตาล ๓ ใบ ซึ่งหล่นลงมาจากต้นตาล. พระเถระแสดงความสันโดษด้วย
เสนาสนะของตน ด้วยบทนั้น. สมจริงดังคำเป็นคาถาที่พระธรรมเสนาบดี
กล่าวไว้ว่า
สำหรับภิกษุผู้มีความเพียร นั่งขัดสมาธิ ไม่คุก-
เข่า เป็นการเพียงพอที่จะอยู่ได้สบาย.
ปาฐะว่า ตาลปตฺตีนํปิ ดังนี้ก็มี ความก็อย่างนั้น.
บทว่า ฉวสิตฺโตว เม ปตฺโต ความว่า บาตรของเราเหมือนดัง
หม้อสำหรับตักน้ำรดศพ อธิบายว่า คล้ายหม้อน้ำสำหรับรดน้ำนมให้คนตาย.
บทว่า ปํสุกูลญฺจ จีวรํ ความว่า และจีวรของเรา ก็เป็นดังผ้า
คลุกฝุ่น ที่ทำด้วยเศษผ้า (ผ้าขี้ริ้ว) ที่เขาทิ้งแล้วในที่ทั้งหลาย มีระหว่างทาง
และป่าช้าเป็นต้น. พระเถระแสดงความสันโดษด้วยบริขาร ด้วยบททั้งสอง.
บทว่า ทวินฺนํ อนฺตรวสฺสานํ ความว่า ในระหว่างพรรษาทั้งสอง
คือ ในปีที่บรรลุพระอรหัต นับแต่บวชแล้ว.