เป็นผู้ฉลาดปราดเปรื่อง มีนามกระฉ่อนปรากฏไปทั่วทิศ. เมื่อพระผู้มีพระ-
ภาคเจ้า ประทับอยู่ ณ ป่าอิสิปตนะ กรุงพาราณสี เขาไปสู่พระวิหาร เข้าเฝ้า
พระศาสดา ฟังธรรมแล้วได้ศรัทธาจิต บวชแล้วเริ่มตั้งวิปัสสนา บรรลุพระ
อรหัตในวันนั้นเอง. สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า
พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้สยัมภู ผู้มีพระรัศมีนับ
ด้วยพัน ไม่ทรงพ่ายแพ้อะไร ๆ ทรงออกจากวิเวกแล้ว
เสด็จออกโคจรบิณฑบาต เราถือผลไม้อยู่ได้เห็นแล้ว
จึงได้เข้าไปเฝ้าพระนราสภ เรามีจิตเลื่อมใส มีใจ
โสมนัส ได้ถวายผลไม้ ในกัปที่ ๙๔ แต่ภัทรกัปนี้
เราได้ถวายผลไม้ใดในกาลนั้น ด้วยการถวายผลไม้นั้น
เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้. เรา
เผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า
เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.
ก็พระเถระครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว ในเวลาต่อมา อันภิกษุทั้งหลาย
ถามว่า อาวุโส ท่านได้บรรลุอุตริมนุสธรรมแล้วหรือ เมื่อจะบันลือสีหนาท
ได้กล่าวคาถา ๒ คาถา ความว่า
เมื่อใด เราได้ฟังธรรมของพระศาสดาผู้ทรง
แสดงอยู่ เมื่อนั้น เราไม่รู้สึกความสงสัยในพระศาสดา
ผู้รู้ธรรมทั้งปวง ผู้อันใคร ๆ ชนะไม่ได้ ผู้นำหมู่
แกล้วกล้าเป็นอันมาก ประเสริฐสุดกว่าสารถีทั้งหลาย
หรือว่าความสงสัยในมรรคปฏิปทา ย่อมไม่มีแก่เรา.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยทา ได้แก่ ในกาลใด. พระเถระเรียก
ตัวเองว่า " เรา ".