เสมอด้วยพุทธเขตไม่มีเลย ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นบุรุษ
อาชาไนย ข้าพระองค์ขอนอบน้อมแด่พระองค์ ข้าแต่
พระองค์ผู้เป็นอุดมบุรุษ ข้าพระองค์ขอนอบน้อมแด่
พระองค์ ข้าพระองค์บรรลุบทอันไม่หวั่นไหว ก็
เพราะได้ถวายบาตรใบหนึ่ง ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัป
นี้ ข้าพระองค์ได้ถวายบาตรใดในกาลนั้น ด้วยการ
ถวายบาตรนั้น ข้าพระองค์ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผล
แห่งการถวายบาตร. ข้าพระองค์เผากิเลสทั้งหลายแล้ว
ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพระองค์ กระทำ
สำเร็จแล้ว ดังนี้.
ก็พระเถระเป็นผู้มีอภิญญา ๖ แล้ว เมื่อจะสรรเสริญอุปนิสัยของครู
และการอยู่อย่างวิเวก อันเป็นเหตุแห่งสมบัติที่ตนได้แล้ว ได้กล่าวคาถา ๒
คาถา ความว่า
การฟังดีเป็นเหตุให้ฟังเจริญ การฟังเป็นเหตุให้
เจริญปัญญา บุคคลจะรู้ประโยชน์ ก็เพราะปัญญา
ประโยชน์ที่บุคคลรู้แล้ว ย่อมนำสุขมาให้ ภิกษุควร
ซ่องเสพเสนาสนะอันสงัด ควรประพฤติธรรมอันเป็น
เหตุให้จิตหลุดพ้นจากสังโยชน์ ถ้ายังไม่ได้ประสบ
ความยินดี ในเสนาสนะอันสงัด และธรรมนั้น ก็ควร
เป็นผู้มีสติ รักษาตนอยู่ในหมู่สงฆ์ ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สุสฺสูสา ได้แก่ ความปรารถนาเพื่อ
จะฟังสุตะทั้งปวง ที่ควรแก่การฟัง แม้ความอยู่ร่วมกับครู ก็ชื่อว่า สุสฺสูสา
อธิบายว่า อันกุลบุตรผู้ปรารถนาจะฟัง ข้อความที่มีประโยชน์ ต่างด้วยทิฏฐ-