พระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว มีใจเลื่อมใส ปักเสา ๔ เสา ทำปะรำด้วยกิ่งรัง อัน
มีดอกบานสะพรั่ง ไว้เบื้องบนพระผู้มีพระภาคเจ้า ยืนบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้า
ด้วยดอกรัง ทั้งใหม่ทั้งสดตลอด ๗ วัน ไม่ละปีติ มีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์
เลย. พอล่วงไป ๗ วัน พระศาสดาเสด็จออกจากนิโรธ ทรงดำริถึงภิกษุสงฆ์
พระขีณาสพประมาณหนึ่งแสน มาแวดล้อมองค์พระศาสดาในทันใดนั้นเอง.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประกาศสมบัติ ที่จะเกิดมีแก่ดาบสแล้ว ตรัสอนุโมทนา
แล้วเสด็จหลีกไป.
ด้วยบุญกรรมนั้น เขาบังเกิดในเทวโลก ท่องเที่ยวไป ๆ มา ๆ อยู่
แต่ในสุคติภพเท่านั้น เกิดในตระกูลพราหมณ์ กรุงราชคฤห์ ในพุทธุปบาท-
กาลนี้ ได้นามว่า ติสสะ เจริญวัยแล้ว เรียนจบไตรเพท สอนมนต์กะ
มาณพประมาณ ๕๐๐ ถึงความเป็นผู้เลิศด้วยลาภ เห็นพุทธานุภาพในคราวที่
พระศาสดาเสด็จไปพระนครราชคฤห์ ได้มีจิตศรัทธาบวชแล้ว เริ่มตั้งวิปัสสนา
บรรลุพระอรหัตต่อกาลไม่นานนัก. สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ใน
อปทานว่า
เราเข้าสู่ป่ารัง สร้างอาศรมอย่างสวยงาม มุงบัง
ด้วยดอกรัง ครั้งนั้น เราอยู่ในป่า ก็พระผู้มีพระภาคเจ้า
ผู้สยัมภู เอกอัครบุคคลตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง พระ-
นามว่า ปิยทัสสี ทรงประสงค์ความสงัด จึงเสด็จ
เข้าสู่ป่ารัง เราออกจากอาศรมไปป่า เที่ยวแสวงหา
มูลผลาผลป่า ในเวลานั้น ณ ที่นั้น เราได้เห็นพระ-
สัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงพระนามว่า ปิยทัสสี ผู้มีพระยศ
ใหญ่ ประทับนั่งเข้าสมาบัติ รุ่งโรจน์อยู่ในป่าใหญ่