Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 51 หน้าที่ 77

เล่ม มมร. 51 หน้า 77 ข้อ 274
เพรียบพร้อมด้วยบุญกรรมอยู่ในเทวโลกมีบริษัทเท่าใด บริษัทเท่านั้น จักถูกบังด้วยดอกรัง เขาเป็นผู้ประกอบ ด้วยบุญกรรม จักรื่นเริงอยู่ในเทวโลกนั้น ด้วยการ ฟ้อน การขับ การประโคม อันเป็นทิพย์ในกาลนั้น ทุกเมื่อ บริษัทของเขาประมาณเท่าที่มี จักมีกลิ่น หอมฟุ้ง และฝนดอกรัง จักตกลงทั่วไปในขณะนั้น มาณพนี้ จุติจากเทวโลกแล้ว จักมาสู่ความเป็นมนุษย์ แม้ในมนุษยโลกนี้ หลังคาดอกรังก็จักทรงอยู่ ตลอด กาลทั้งปวง ณ มนุษยโลกนี้ การฟ้อนและการขับที่ ประกอบด้วยกังสดาล จักแวดล้อมมาณพนี้อยู่เป็นนิตย์ นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา และเมื่อพระอาทิตย์อุทัย ฝน ดอกรังก็จักตกลง ฝนดอกรังที่บุญกรรมปรุงแต่งแล้ว จักตกลงทุกเวลา ในกัปที่ ๑,๘๐๐ พระศาสดา มีพระ นามว่า " โคดม " จึงสมภพในวงศ์พระเจ้าโอกากราช จักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก มาณพนี้จักเป็นทายาทในธรรม ของพระศาสดาพระองค์นั้น เป็นโอรสอันธรรม เนรมิต จักกำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว จักไม่มีอาสวะ ปรินิพพาน เมื่อเขาตรัสรู้ธรรมอยู่ จักมีหลังคาดอกรัง เมื่อถูกฌาปนกิจอยู่บนเชิงตะกอน ที่เชิงตะกอนนั้น ก็จักมีหลังคาดอกรัง พระมหามุนี ทรงพระนามว่า ปิยทัสสี ทรงพยากรณ์วิบากแล้ว ทรงแสดงธรรมแก่ บริษัท ให้อิ่มหนำด้วยฝนคือธรรม เราได้เสวยราช สมบัติในเทวโลก ในหมู่เทวดา ๓๐ กัป ได้เป็น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka