Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 51 หน้าที่ 95

เล่ม มมร. 51 หน้า 95 ข้อ 277
ดูก่อนท่านผู้มีปัญญาดีทั้งหลาย ท่านทั้งหลายอย่าได้ เศร้าโศกเลย ท่านทั้งหลายไม่ควรเป็นผู้เกียจคร้าน ควรพยายามในประโยชน์ของตน ทั้งกลางคืนและ กลางวัน ท่านทั้งหลายอย่าได้ประมาท ควรทำขณะ เวลาให้ถึงเฉพาะ เราพร่ำสอนศิษย์ของตนแล้วกลับไป ยังเทวโลก เราได้อยู่ในเทวโลกถึง ๑๘ กัป ได้เป็น พระเจ้าจักรพรรดิ ๕๐๐ ครั้ง และได้เสวยสมบัติใน เทวโลกเกิน ๕๐๐ ครั้ง ในกัปที่เหลือเราได้ท่องเที่ยว ไปอย่างสับสน แต่ก็ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง การก่อเจดีย์ทราย ในเดือนที่ดอกโกมุทบาน ต้นไม้ เป็นอันมากต่างก็ออกดอกบาน ฉันใด เราเป็นผู้อัน พระศาสดาผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ให้บานแล้วในสมัย ฉันนั้นเหมือนกัน ความเพียรของเรานำธุระน้อยใหญ่ ไป นำมาซึ่งธรรมอันเป็นแดนเกษมจากโยคะ เราตัด กิเลสเครื่องผูก ดังช้างตัดเชือกแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะ อยู่ ในกัปที่แสน แต่ภัทรกัปนี้ เราได้สรรเสริญพระ- พุทธเจ้าใด ด้วยการสรรเสริญนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการสรรเสริญ . เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯ ล ฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้. ก็ภิกษุและสามเณรทั้งหลายผู้เป็นปุถุชน ไม่รู้ว่าท่านพระสิริมาเถระ ผู้มีอภิญญา ๖ เป็นพระอริยะจึงไม่ยกย่อง จะพูดคุยอะไรกัน ก็พากันตำหนิ เพราะความที่ท่านเป็นผู้มีลาภน้อย โดยที่ชาวโลกไม่สนใจ. แต่เมื่อจะยกย่อง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka