Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 51 หน้าที่ 111

เล่ม มมร. 51 หน้า 111 ข้อ 280
ศิลปศาสตร์ของพราหมณ์ทั้งหลาย มีใจน้อมไปในเนกขัมมะ ละฆราวาสวิสัย แล้วบวชเป็นดาบส ให้เขาสร้างอาศรมไว้ที่ชัฏแห่งป่า ใกล้ภูเขาหิมวันต์ ยัง อัตภาพให้เป็นไป ด้วยมูลผลาผลในป่า สดับข่าวความบังเกิดขึ้นแห่งพระ พุทธเจ้า เข้าไปเฝ้าพระศาสดา ที่ภัททวดีนคร ด้วยการพักอยู่ร่วมกันเพียง ราตรีเดียวเท่านั้น ก็เป็นผู้มีใจเลื่อมใส ชมเชยพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยคาถา ๖ คาถา มีอาทิว่า ตุวํ สตฺถา จ เกตุ จ พระองค์เป็นศาสดา เป็น จอมเกตุ ดังนี้ และพระศาสดาก็ทรงประกาศยกย่องพระดาบส. ด้วยบุญกรรม นั้น เขาท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เกิดในตระกูลพราหมณ์ พระนครสาวัตถี ในพุทธุปบาทกาลนี้. คนทั้งหลายได้ตั้งชื่อเขาว่า โสภิตะ. โดยสมัยต่อมา เขาฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดา ได้เป็นผู้มีจิตศรัทธา บวชแล้วเจริญวิปัสสนา ได้เป็นผู้มีอภิญญา ๖ และได้เป็นผู้มีวสีอันปฏิบัติ แล้ว (มีความชำนาญพิเศษ) ในบุพเพนิวาสญาณ. สมดังคาถาประพันธ์ที่ ท่านกล่าวไว้ ในอปทานว่า เราสร้างอาศรมอย่างสวยงามไว้ ณ ทิศทักษิณ แห่งภูเขาหิมวันต์ ครั้งนั้น เราแสวงหาประโยชน์อัน สูงสุด จึงอยู่ในป่าใหญ่ เรายินดีด้วยลาภและความ เสื่อมลาภ คือด้วยเหง้ามันและผลไม้ ไม่เบียดเบียน ใคร ๆ เที่ยวไป เราอยู่คนเดียว ครั้งนั้น พระสัม พุทธเจ้า พระนามว่า สุเมธะ เสด็จอุบัติขึ้นแล้วใน โลก พระองค์กำลังรื้อขนมหาชน ประกาศสัจจะอยู่ เรานี้ได้สดับข่าวพระสัมพุทธเจ้า ถึงใคร ๆ ที่จะบอก กล่าวให้เรารู้ก็ไม่มี เมื่อล่วงไปได้ ๘ ปี เราจึงได้ สดับข่าวพระนายกของโลก เรานำเอาไฟและฟืนออก
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka