ศิลปศาสตร์ของพราหมณ์ทั้งหลาย มีใจน้อมไปในเนกขัมมะ ละฆราวาสวิสัย
แล้วบวชเป็นดาบส ให้เขาสร้างอาศรมไว้ที่ชัฏแห่งป่า ใกล้ภูเขาหิมวันต์ ยัง
อัตภาพให้เป็นไป ด้วยมูลผลาผลในป่า สดับข่าวความบังเกิดขึ้นแห่งพระ
พุทธเจ้า เข้าไปเฝ้าพระศาสดา ที่ภัททวดีนคร ด้วยการพักอยู่ร่วมกันเพียง
ราตรีเดียวเท่านั้น ก็เป็นผู้มีใจเลื่อมใส ชมเชยพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยคาถา
๖ คาถา มีอาทิว่า ตุวํ สตฺถา จ เกตุ จ พระองค์เป็นศาสดา เป็น
จอมเกตุ ดังนี้ และพระศาสดาก็ทรงประกาศยกย่องพระดาบส. ด้วยบุญกรรม
นั้น เขาท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เกิดในตระกูลพราหมณ์
พระนครสาวัตถี ในพุทธุปบาทกาลนี้. คนทั้งหลายได้ตั้งชื่อเขาว่า โสภิตะ.
โดยสมัยต่อมา เขาฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดา ได้เป็นผู้มีจิตศรัทธา
บวชแล้วเจริญวิปัสสนา ได้เป็นผู้มีอภิญญา ๖ และได้เป็นผู้มีวสีอันปฏิบัติ
แล้ว (มีความชำนาญพิเศษ) ในบุพเพนิวาสญาณ. สมดังคาถาประพันธ์ที่
ท่านกล่าวไว้ ในอปทานว่า
เราสร้างอาศรมอย่างสวยงามไว้ ณ ทิศทักษิณ
แห่งภูเขาหิมวันต์ ครั้งนั้น เราแสวงหาประโยชน์อัน
สูงสุด จึงอยู่ในป่าใหญ่ เรายินดีด้วยลาภและความ
เสื่อมลาภ คือด้วยเหง้ามันและผลไม้ ไม่เบียดเบียน
ใคร ๆ เที่ยวไป เราอยู่คนเดียว ครั้งนั้น พระสัม
พุทธเจ้า พระนามว่า สุเมธะ เสด็จอุบัติขึ้นแล้วใน
โลก พระองค์กำลังรื้อขนมหาชน ประกาศสัจจะอยู่
เรานี้ได้สดับข่าวพระสัมพุทธเจ้า ถึงใคร ๆ ที่จะบอก
กล่าวให้เรารู้ก็ไม่มี เมื่อล่วงไปได้ ๘ ปี เราจึงได้
สดับข่าวพระนายกของโลก เรานำเอาไฟและฟืนออก