แล้ว เริ่มจะประเล้าประโลม. พระเถระยืนอยู่ในอากาศ เพื่อจะให้นางรู้ความ
ที่ตนเป็นผู้ปราศจากราคะแล้ว เมื่อจะแสดงธรรมแก่นาง ด้วยมุขคือการประกาศ
ข้อปฏิบัติ ได้กล่าวคาถา ๒ คาถา ความว่า
เราละนิวรณ์ ๕ เพื่อบรรลุความเกษมจากโยคะ
แล้วถือเอาแว่นธรรม คือญาณทัสสนะของตน ส่องดู
ร่างกายนี้ทั่วทั้งหมด ทั้งภายใน ภายนอก ร่างกาย
ของเรานี้ ปรากฏเป็นของว่างเปล่าทั้งภายในและภาย-
นอก ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปญฺจ นิวรเณ หิตฺวา ความว่า ละ
คือ กำจัด นิวรณ์ ๕ มีกามฉันทะเป็นต้น ด้วยการบรรลุฌาน.
บทว่า โยคกฺเขมสฺส ปตฺติยา ความว่า เพื่อบรรลุพระนิพพาน
อันเป็นแดนเกษมจากโยคะทั้งหลาย ๔ มีกามโยคะเป็นต้น คือ อันโยคะเหล่านั้น
ไม่เข้าไปประทุษร้ายแล้ว.
บทว่า ธมฺมาทาสํ ได้แก่ แว่นอันเป็นองค์ธรรม. อธิบายว่า
กระจก ย่อมส่องให้เห็นคุณและโทษในรูปกายของผู้มองดูอยู่ฉันใด แว่นธรรม
กล่าวคือวิปัสสนาก็ฉันนั้น ชื่อว่าเป็นญาณทัสสนะ เพราะเป็นเหตุให้รู้ความ
แตกต่างแห่งสามัญญลักษณะของธรรมทั้งหลาย ย่อมส่องให้เห็นคุณในกาย
ที่ชื่อว่าโดยแตกต่างกัน เพราะแจกแจงสังกิเลสธรรมอย่างแจ่มแจ้ง และยัง
การละสังกิเลสธรรมนั้นให้สำเร็จ สำหรับท่านที่พิจารณาเห็นอยู่ ด้วยเหตุนั้น
พระเถระจึงกล่าวว่า
ธมฺมาทาสํ คเหตฺวาน าณทสฺสนมตฺตโน
ปจฺจเวกฺขึ อิมํ กายํ สพฺพํ สนฺตรพาหิรํ