Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 51 หน้าที่ 147

เล่ม มมร. 51 หน้า 147 ข้อ 287
บทว่า น จาหุ น เม ภวิสฺสติ น จ เม เอตรหิ วิชฺชติ ความว่า แม้ถ้าความกำหนัดในภพได้มีแก่เรา ในเวลาที่เราเป็นปุถุชน และ ในเวลาที่เรายังเป็นเสกขบุคคลในกาลก่อน ก็จริง แต่จำเดิมแต่เราได้บรรลุมรรค อันเลิศแล้ว ความกำหนัดในภพจะไม่มี และไม่มีแล้ว คือจะไม่มีแก่เรา และ จะหาไม่ได้ในปัจจุบัน คือ บัดเดี๋ยวนี้ อธิบายว่า เราละภวราคะได้แล้ว. ก็ ด้วยคำว่า ภวราคะ นั่นแล เป็นอันพระเถระกล่าวความไม่มีแม้แห่งกิเลส มีมานะเป็นต้นไว้ด้วย เพราะความที่แห่งกิเลสมีมานะเป็นต้น ตั้งอยู่ในที่เดียว กันกับภวราคะนั้น เพราะเหตุนั้น พระเถระจึงแสดงความที่ตนเป็นผู้มีสังโยชน์ ในภพสิ้นรอบแล้ว โดยประการทั้งปวง. จบอรรถกถากัณหทินนเถรคาถา จบวรรควรรณนาที่ ๓ แห่งอรรถกถาเถรคาถา ชื่อว่า ปรมัตถทีปนี ในวรรคนี้รวมพระเถระได้ ๑๐ รูป คือ ๑. พระอุตตรเถระ ๒. พระภัททชิเถระ ๓. พระโสภิตเถระ ๔. พระวัลลิยเถระ ๕. พระวีตโสกเถระ ๖. พระปุณณมาสเถระ ๗. พระ- นันทกเถระ ๘. พระภรตเถระ ๙. พระภารทวาชเถระ ๑๐. พระกัณห- ทินนเถระ และอรรถกถา.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka