Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 51 หน้าที่ 159

เล่ม มมร. 51 หน้า 159 ข้อ 290
ได้พากันสร้างสถูปอันอุดมถวาย เฉพาะพระพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐสุด พวกเราอย่าได้ประมาทเลย ดังมนุษย์ เป็นต้น พร้อมกับเทวดาไม่ประมาท แม้พวกเราก็จัก สร้างสถูปถวายแด่พระโลกนาถผู้คงที่ พวกเราจัก ปกปิดพระพุทธเจดีย์ต่อขึ้นไปด้วยแก้วผลึก พวกยักษ์ จึงสร้างพระพุทธเจดีย์ต่อขึ้นไป ในที่สุดอีกโยชน์หนึ่ง เวลานั้น พระสถูปจึงสูงสุด ๖ โยชน์ สว่างไสวอยู่ พวก คนธรรพ์มาประชุมร่วมปรึกษากัน ในเวลานั้นว่า สัตว์ ทั้งปวง คือ มนุษย์ เทวดา นาค ครุฑ กุมภัณฑ์ และ ยักษ์ พากันสร้างพระสถูปแล้ว บรรดาสัตว์เหล่านี้ พวกเรายังไม่ได้สร้าง แม้พวกเราก็จักสร้างสถูป ถวายแด่พระโลกนาถเจ้าผู้คงที่ พวกคนธรรพ์จึงพากัน สร้างไพที ๗ ชั้น ได้สร้างตลอดทางเดิน เวลานั้น พวกคนธรรพ์ได้สร้างสถูปสำเร็จด้วยทองคำล้วน ใน กาลนั้น พระสถูปจึงสูง ๗ โยชน์ สว่างไสวอยู่ กลางคืนกลางวันไม่ปรากฏ แสงสว่างมีอยู่เสมอไป พระจันทร์และพระอาทิตย์ พร้อมทั้งดาว ครอบงำรัศมี พระสถูปนั้นไม่ได้ ก็แสงสว่างโพลงไปไกล ๑๐๐ โยชน์โดยรอบ (พระสถูป) ในเวลานั้น มนุษย์เหล่าใด จะบูชาพระสถูป พวกเขาไม่ต้องขึ้นพระสถูป พวก เขายกขึ้นไว้ในอากาศ ยักษ์ตนหนึ่งพวกเทวดาตั้งไว้ ชื่อว่า อภิสมมตะ มันยกธงหรือพวงดอกไม้ขึ้นไปใน เบื้องสูง มนุษย์เหล่านั้น มองไม่เห็นยักษ์ มองเห็นแต่
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka