แห่งกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการ
ถวายธง. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของ
พระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.
ครั้งนั้น ท่านพระอุปวาณะ ได้เป็นอุปัฏฐากของพระพุทธเจ้า. ก็โดย
สมัยนั้น อาพาธอันเกิดแต่ลม บังเกิดแก่พระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว. และ
พราหมณ์ชื่อว่า เทวหิตะ เป็นสหายของพระเถระแต่ครั้งยังเป็นคฤหัสถ์ อาศัย
อยู่ในพระนครสาวัตถี. เขาปวารณาพระเถระด้วยปัจจัย ๔.
ลำดับนั้น ท่านพระอุปวาณะ นุ่งสบงแล้วถือบาตรจีวร เข้าไปยัง
ที่อยู่ของพราหมณ์นั้น พราหมณ์รู้ว่า พระเถระมาโดยวัตถุประสงค์บางประการ
จึงกล่าวว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ท่านประสงค์สิ่งใดจงบอกเถิด. พระเถระเมื่อ
จะบอกวัตถุประสงค์แก่พราหมณ์ ได้กล่าวคาถา ๒ คาถา ความว่า
ดูก่อนพราหมณ์ พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็นพระ-
อรหันต์ ผู้เสด็จไปดีแล้วในโลกเป็นมุนี ถูกลม
เบียดเบียนแล้ว ถ้าท่านมีน้ำร้อน ขอจงถวายแด่พระ
ผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็นมุนีเถิด พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระองค์นั้น เป็นผู้อันบุคคลบูชาแล้ว ยิ่งกว่าเทวดา
และพรหมทั้งหลาย แม้บุคคลควรบูชา อันบุคคล
สักการะแล้ว ยิ่งกว่าพระเจ้าพิมพิสาร และพระเจ้า
โกศล ผู้อันบุคคลพึงสักการะ อันบุคคลนอบน้อมแล้ว
ยิ่งกว่าเหล่าพระขีณาสพ ที่บุคคลควรนอบน้อม เรา
ปรารถนาจะนำน้ำร้อนไปถวายพระองค์ ดังนี้.
คาถาทั้งสองนั้น มีอธิบายว่า บรรดาบุคคลผู้ควรบูชาในโลกนี้ พระ-
ผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด อันบุคคลบูชาแล้ว (ยิ่ง) กว่าเทวดาทั้งหลาย มี