Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 51 หน้าที่ 169

เล่ม มมร. 51 หน้า 169 ข้อ 292
พระผู้มีพระภาคะ ผู้สยัมภู นามว่า สตรังสี ไม่พ่ายแพ้อะไร ๆ ใคร่ต่อความวิเวก ตรัสรู้ด้วยตนเอง ออกบิณฑบาต เราถือผลไม้อยู่ได้เห็นแล้ว จึงได้เข้า ไปเฝ้าพระนราสภ เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส ได้ ถวายผลตาล ในกัปที่ ๙๔ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ถวาย ผลไม้ใด ในกาลนั้น ด้วยการถวายผลตาลนั้น เรา ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลตาล. เรา เผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้. ก็พระเถระ บรรลุพระอรหัตแล้ว พิจารณาดูข้อปฏิบัติของตน เกิด ความโสมนัส เมื่อจะพยากรณ์พระอรหัตผล ด้วยสามารถแห่งอุทาน ได้กล่าว คาถา ๒ คาถา ความว่า ฝนก็ตก ฟ้าก็ร้องครืน ๆ เราอยู่ในถ้ำอันน่า กลัวแต่คนเดียว ความกลัว ความสะดุ้ง หวาดเสียว หรือขนลุกขนพอง มิได้มีเลย การที่เราอยู่ในถ้ำอัน น่ากลัว แต่ผู้เดียว ไม่มีความหวาดกลัว หรือสะดุ้ง หวาดเสียว นี้ เป็นธรรมดาของเรา ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เทโว จ วสฺสติ เทโว จ คฬค- ฬายติ ความว่า ฝนคือเมฆ ก็ตก ฟ้าก็ร้องเสียงดังครืน ๆ ก็บทว่า คฬคฬา นี้ กระทำเสียง ตามเสียงฟ้าร้องคำราม. บทว่า เอกโก จาหํ เภรเว พิเล วิหรามิ ความว่า ก็เราตัวคนเดียว ไม่มีเพื่อน อยู่ในถ้ำ แห่งภูเขา อันมีภัยตั้งอยู่เฉพาะหน้า เมื่อเรานั้นเป็นอย่างนี้ ความกลัว
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka