Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 51 หน้าที่ 172

เล่ม มมร. 51 หน้า 172 ข้อ 293
รับประเคน เราถวายผลไม้แด่พระพุทธเจ้าด้วยใจอัน- เลื่อมใสแล้ว ได้ประสบปีติอันไพบูลย์ เป็นสุขยอด- เยี่ยมในครั้งนั้น รัตนะเกิดขึ้นแก่เราผู้เกิดในที่นั้น ๆ ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ถวายผลไม้ใดในกาล นั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง การถวายผลไม้ ทิพยจักษุของเราบริสุทธิ์แล้ว เราเป็น ผู้ฉลาดในสมาธิ ถึงแล้วซึ่งฝั่งแห่งอภิญญา นี้เป็น ผลแห่งการถวายผลไม้. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้. ก็เมื่อพระเถระบรรลุพระอรหัตแล้ว ยับยั้งอยู่ด้วยความสุขอันเกิดแต่ ผลและความสุขในพระนิพพาน ท่านกำหนดความเพียรไปสู่ราวป่านั้น เพื่อจะ สงเคราะห์ภิกษุทั้งหลายผู้อยู่ในราวป่านั้น จึงกล่าวคาถา ๑ คาถา ความว่า จิตของใครตั้งมั่นไม่หวั่นไหว ดังภูเขา ไม่กำ- หนัดแล้วในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด ไม่ขัด- เคืองในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความขัดเคือง ผู้ใดอบรม จิตได้อย่างนี้ ทุกข์จักมาถึงผู้นั้นได้แต่ที่ไหน ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กสฺส เสลูปมํ จิตฺตํ ิตํ นานุกมฺปติ ความว่า เมื่อเธอทั้งหลายอยู่ในราวป่านี้ จิตของภิกษุไร ชื่อว่าตั้งมั่น เพราะ ได้บรรลุผลอันเลิศ และเพราะถึงความเป็นผู้มีวสี โดยไม่มีความหวั่นไหว ทุกอย่าง อุปมาดังภูเขาหินล้วนเป็นแท่งทึบ ย่อมไม่หวั่นไหว คือไม่สั่นสะเทือน ด้วยโลกธรรมแม้ทั้งปวง.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka