Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 51 หน้าที่ 205

เล่ม มมร. 51 หน้า 205 ข้อ 301
เกิดหมุนเวียนอยู่แต่ในสุคติภพเท่านั้น เกิดในตระกูลพราหมณ์ ในพุทธุปบาท- กาลนี้ ได้นามว่า โมฆราชะ เรียนศิลปวิทยาอยู่ในสำนักของพราหมณ์ พาวรี เกิดความสลดใจ บวชเป็นดาบส มีดาบสหนึ่งพันเป็นบริวาร ถูกส่ง ไปยังสำนักของพระศาสดา พร้อมกับดาบสทั้งหลาย มีอชิตดาบสเป็นต้น เป็น คนที่ ๑๕ ของดาบสเหล่านั้น ทูลถามปัญหาแล้ว ในเวลาจบการวิสัชนาปัญหา บรรลุพระอรหัตแล้ว. สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า ก็พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้สยัมภู พระนามว่า อัตถทัสสี ไม่ทรงแพ้อะไร ๆ แวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์ เสด็จดำเนินไปในถนน เราแวดล้อมด้วยพวกศิษย์ ทั้งหลาย ออกจากเรือนไป ครั้นแล้วได้พบพระผู้มี พระภาคเจ้า ผู้เป็นนายกของโลกที่ถนนนั้น เราได้ ประนมอัญชลีบนเศียรเกล้า ถวายบังคมพระสัมพุทธเจ้า ยังจิตของตนให้เลื่อมใสแล้ว ชมเชยพระองค์ผู้เป็น นายกของโลก สัตว์มีรูปก็ดี มีสัญญาก็ดี ไม่มีสัญญา ก็ดี ประมาณเท่าใด สัตว์เหล่านั้นย่อมเข้าไปภายใน พระญาณของพระองค์ทั้งหมด เปรียบเหมือนสัตว์ ในน้ำเหล่าใดเหล่าหนึ่ง สัตว์เหล่านั้นย่อมติดอยู่ภาย ในข่ายของคนที่เอาข่ายตาเล็ก ๆ เหวี่ยงลงในน้ำ ฉะนั้น อนึ่ง สัตว์เหล่าใด คือ สัตว์มีรูป และไม่มีรูป มีเจตนา (ความตั้งใจ) สัตว์เหล่านั้นย่อมเข้าไปภายใน พระญาณของพระองค์ทั้งหมด พระองค์ทรงถอนโลก อันอากูล ด้วยความมืดมนนี้ขึ้นได้แล้ว สัตว์เหล่านั้น ได้ฟังธรรมของพระองค์แล้ว ย่อมข้ามกระแสความ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka