ทั้งหลาย ในบัดนี้ ตั้งอยู่ในที่ใด ในที่ซึ่งมีไม้อัสสัตถพฤกษ์ตั้งอยู่นั้น ครั้งนั้น
มีไม้บุณฑริก อันเป็นต้นไม้ที่ตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงพระนามว่า
สิขี ตั้งอยู่แล้ว เพราะเหตุนั้น ไม้โพธิพฤกษ์นั้น ท่านจึงเรียกว่า อัสสัตถะ
เพราะเป็นที่ตั้งแห่งไม้อัสสัตถะ. อีกอย่างหนึ่ง บทว่า อสฺสตฺโถ ได้แก่
ไม้อัสสัตถะ ที่ยังความเบาใจให้เกิดแก่สัตว์ทั้งหลาย. แต่อาจารย์บางพวก
กล่าวว่า พระเถระกล่าวว่า อสฺสตฺเถ เพราะเหตุที่ท่านนั่ง ณ โคนต้นอัสสัตถะ
แล้วเจริญพุทธานุสติในครั้งนั้น.
บทว่า หริโตภาเส ความว่า สว่างไสวอยู่ด้วยสีแห่งแก้วผลึกอัน
เขียวสด.
บทว่า สํวรุฬฺหมฺหิ ความว่า งอกงามดีแล้ว คือประดิษฐานอยู่แล้ว
ด้วยดี.
บทว่า ปาทเก ได้แก่ ต้นไม้.
บทว่า เอกํ พุทฺธคตํ สญฺํ อภิลตฺถํ สญฺํ ปฏิสฺสโต
ความว่า เราชื่อว่าเป็นผู้มีสติเฉพาะหน้า เพราะมีพระพุทธคุณเป็นที่พึ่ง ได้
แล้วซึ่งสัญญา อันสหรคตด้วยพุทธานุสติอันเป็นไปแล้ว โดยนัยมีอาทิว่า
อิติปิ โส ภควา ดังนี้ มีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ ชื่อว่า หนึ่ง เพราะความ
เป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นหนเดียว.
ก็พุทธานุสติสำเร็จแล้ว ด้วยสัญญามีประมาณเท่าใด สัญญานั้นอัน
เราได้แล้ว ในครั้งนั้น เพราะเหตุนั้น พระเถระจึงกล่าวว่า เอกตึเส อิโต
กปฺเป ในกัปที่ ๓๑ แต่ภัทรกัปนี้ คือ ในกัปที่ ๓๑ โดยการจัดอันดับ นับ
แต่ภัทรกัปนี้ถอยหลังไป.