บทว่า ยํ สญฺํ ได้แก่ ได้สัญญาอันสหรคตด้วยพุทธานุสติใด หรือ
ได้อนิจจสัญญา ในสังขารทั้งหลายทั้งปวง ในครั้งนั้น ด้วยการตามระลึกถึง
พระพุทธคุณนั้น เพราะเห็นความเป็นของไม่เที่ยงของพระพุทธเจ้าทั้งหลายใด.
บทว่า ตสฺสา อญฺาย วาหสา ความว่า กระทำสัญญานั้นให้
เป็นอุปนิสัย เพราะความเป็นเหตุแห่งสัญญาตามที่กล่าวแล้วนั้น.
บทว่า ปตฺโต เม อาสวกฺขโย ความว่า ความสิ้นคือความดับ
แห่งอาสวะทั้งหลาย อันเราบรรลุแล้วในบัดนี้. แม้คาถาอปทานของพระเถระนี้
ก็คือ ๒ คาถานี้แหละ. สมดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า
เรามีสติเกิดขึ้นเฉพาะหน้า ได้สัญญาอันสหรคต
ในพระพุทธเจ้าอย่างหนึ่ง ที่ไม้อัสสัตถพฤกษ์ อันมี
รัศมีเขียวสดงดงามดี ในกัปที่ ๓๑ แต่ภัทรกัปนี้ เรา
ได้สัญญาใดในกาลนั้น เพราะการได้สัญญานั้นเป็น
เหตุนำมา เราได้บรรลุความสิ้นอาสวะ ในกัปที่ ๑๓
แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์
พระนามว่า " ธัมมิกะ " สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗
ประการ มีพลมาก. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯ ล ฯ
คำสอนของพระพุทธเจ้า เราทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.
จบอรรถกถาสันธิตเถรคาถา
จบวรรควรรณนาที่ ๕
แห่งอรรถกถาเถรคาถา ชื่อว่า ปรมัตถทีปนี
จบอรรถกถาทุกนิบาต