Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 51 หน้าที่ 239

เล่ม มมร. 51 หน้า 239 ข้อ 308
ข้าพเจ้าบวชได้ ๕ วัน ได้เป็นพระเสขะ แต่ยัง ไม่ได้บรรลุพระอรหัตผล ข้าพเจ้าเข้าไปวิหารแล้ว ได้มีความตั้งใจไว้ว่า ในเมื่อถอนลูกศรคือตัณหาออก ยังไม่ได้ ข้าพเจ้าก็จักไม่ฉัน ไม่ดื่ม ไม่ออกไปจาก วิหาร จักไม่ให้แม้แต่สีข้างตกถึงพื้น ไม่เอนหลังเมื่อ ข้าพเจ้านั้นพักอยู่อย่างนี้ คนจะเห็นความเพียร และ ความก้าวหน้า วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้ว คำ สั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าปฏิบัติแล้ว. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปญฺจาหาหํ ปพฺพชิโต ความว่า ข้าพเจ้า เป็นพระเสขะ ๕ วัน อธิบายว่า บวชแล้ว ๕ วัน ในวันที่ ๕ นับแต่ บวชแล้ว ก็ได้สำเร็จ. บทว่า เสโข อปฺปตฺตมานโส ความว่า ชื่อว่าเป็นพระเสขะ เพราะศึกษาอธิสีลสิกขาเป็นต้น. ธรรมใดสิ้นมานะ คือ ตัดมานะขาดออกไป โดยไม่มีเหลือไว้ เพราะฉะนั้น ธรรมนั้นจึงชื่อว่า มานโส ได้แก่ มรรค ชั้นยอด (อรหัตมรรค) สิ่งที่มาจากธรรมที่สิ้นมานะ เพราะเกิดจากธรรมนั้น ชื่อว่า มานัส ได้แก่พระอรหัตผล ผู้ยังไม่บรรลุพระอรหัตผลนั้น อีกอย่างหนึ่ง มานัส (คืออรหัต) นั้น ข้าพเจ้านี้ยังไม่ได้บรรลุ เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึง ชื่อว่า อัปปัตตมานสะ (ผู้ยังไม่ได้บรรลุพระอรหัตผล). บทว่า วิหารํ เม ปวิฏฺสฺส เจตโส ปณิธี อหุ (ข้าพเจ้าเข้าวิหาร แล้วได้มีความตั้งใจไว้ว่า) ความว่า เมื่อข้าพเจ้าผู้เป็นพระเสขะ เข้าไปสู่วิหาร อันเป็นที่อยู่คือกระท่อมอย่างนี้ ได้มีความตั้งใจ ที่มีอาการดังที่กำลังกล่าวอยู่ ในบัดนี้ อธิบายว่า ข้าพเจ้าได้ตั้งใจไว้อย่างนี้.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka