Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 51 หน้าที่ 242

เล่ม มมร. 51 หน้า 242 ข้อ 309
ภาคหน้า พักอยู่ที่เชิงเขาได้อภิญญา ๕ และสมาบัติ ๘ อยู่มาได้ทราบการอุบัติ ขึ้นของพระพุทธเจ้า ได้ไปยังสำนักของพระศาสดา สดับพระธรรมเทศนา แล้วตั้งอยู่ในสรณะ เมื่อพระศาสดาเกิดประชวรพระนาภีขึ้น ได้นำยาจากป่า มาถวาย ให้พระโรคสงบแล้ว ได้น้อมซึ่งบุญในการถวายยานั้นไป เพื่อ ประโยชน์แก่ความไม่มีโรค จุติจากอัตภาพนั้น แล้วได้ไปเกิดในพรหมโลก ท่องเที่ยวไปมาในเทวโลกและมนุษยโลก สิ้นเวลาอสงไขยหนึ่ง ในกาล ของพระปทุมุตตรพุทธเจ้า ได้ถือกำเนิดในคฤหาสน์ของผู้มีสกุล ใน พระนครหงสาวดี เห็นพระศาสดาทรงตั้งภิกษุรูปหนึ่งให้ดำรงตำแหน่งผู้เลิศ กว่าภิกษุทั้งหลาย ผู้มีอาพาธน้อย ตนเองต้องการตำแหน่งนั้น ได้ตั้งประณิธาน ไว้ สั่งสมกุศลตลอดชีวิต ท่องเที่ยวไปมาในสุคติอย่างเดียว ก่อนแต่พระผู้มี พระภาคเจ้า ทรงพระนามว่า วิปัสสี เสด็จอุบัติขึ้นนั่นเอง ได้เกิดในสกุล พราหมณ์ ในพระนครพันธุมดี บวชเป็นฤาษี ตามนัยก่อนนั่นแหละ ได้ ฌานและอภิญญา พำนักอยู่ที่เชิงเขา ได้ทราบ(ข่าว) พระพุทธเจ้าอุบัติแล้ว ได้ไปยังสำนักพระศาสดา สดับพระธรรมเทศนาแล้ว ตั้งอยู่ในสรณะ เมื่อ ภิกษุทั้งหลายเกิดอาพาธเพราะหญ้าและดอกไม้ (ไข้ป่า) เขารักษาโรคนั้นให้ สงบ แล้วอยู่ ณ ที่นั้นตลอดชีวิต จุติจากชาตินั้นไปเกิดในพรหมโลก ท่องเที่ยว ไปมาในเทวโลกและมนุษยโลก สิ้นเวลา ๙๑ กัป ในกาลของพระผู้มี พระภาคเจ้า พระนามว่า กัสสปะ ได้ถือกำเนิดในคฤหาสน์ของผู้มีสกุล ในเมืองพาราณสี ครองเรือนอยู่เห็นวัดใหญ่เก่า ๆ วัดหนึ่งกำลังจะร้าง จึงได้ สร้างที่อยู่ทั้งหมด มีโรงอุโบสถเป็นต้น ปรุงยาทุกอย่างถวายพระสงฆ์ในวัด นั้น สร้างกุศลตลอดชีวิต ท่องเที่ยวไปมาในเทวโลกและมนุษยโลก ตลอด เวลาหนึ่งพุทธันดร ก่อนแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าของเราทั้งหลาย เสด็จอุบัติ ขึ้นนั่นเอง ได้ถือกำเนิดในคฤหาสน์ของเศรษฐี ในเมืองโกสัมพี.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka