Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 51 หน้าที่ 270

เล่ม มมร. 51 หน้า 270 ข้อ 314
อนึ่ง ท่านมีอภิญญา ๖ แล้ว ได้ไปสำนักของพวกญาติทางอากาศ สถิตอยู่แล้วบนอากาศ แสดงธรรมให้ญาติเหล่านั้นดำรงอยู่ในสรณะและศีล ทั้งหลาย บรรดาญาติเหล่านั้น บางพวกถึงแก่กรรมแล้ว ได้เกิดในสวรรค์ เพราะได้ดำรงอยู่แล้วในสรณะและศีลทั้งหลาย. ครั้งนั้น พระศาสดาได้ตรัส ถามท่านปัสสิกเถระนั้น ผู้เข้ามาถึงที่บำรุงของพระพุทธเจ้าว่า ดูก่อนปัสสิกะ ญาติทั้งหลายของเธอไม่มีโรคหรือ ? ท่านเมื่อจะทูลถึงอุปการะ ที่ตนได้ทำแก่ ญาติทั้งหลาย แด่พระศาสดา จึงได้กล่าวคาถาไว้ ๓ คาถาว่า คนผู้มีศรัทธา มีปัญญา ดำรงอยู่ในธรรม ถึง พร้อมด้วยศีล แม้คนเดียว ก็มีประโยชน์แก่ญาติพวก พ้องทั้งหลาย ผู้ไม่มีศรัทธาในโลกนี้ ญาติทั้งหลาย เหล่านั้นที่ข้าพระองค์ขู่ตักเตือน ด้วยความอนุเคราะห์ เพราะความรักกันฉันญาติและเผ่าพันธุ์ จึงพากันทำ สักการะแก่ภิกษุทั้งหลาย ถึงแก่กรรมล่วงลับไปแล้ว ก็ประสบความสุขที่เป็นไตรทิพย์ พี่น้องและโยมผู้ หญิงของข้าพระองค์ ผู้รักกามสุข ก็พากันบันเทิงใจ. บรรดาคาถาเหล่านั้น ในคาถาแรก มีเนื้อความดังต่อไปนี้ ผู้ใดมี ศรัทธา ด้วยอำนาจความเชื่อในกรรมและผลของกรรม และความเชื่อในพระ- รัตนตรัย ชื่อว่าผู้มีปัญญา เพราะประกอบด้วยกัมมัสสกตาญาณ เป็นต้นนั้น นั่นเอง ชื่อว่าผู้ดำรงในธรรม เพราะตั้งอยู่ในพระธรรม คือพระพุทธโอวาท ได้แก่ นวโลกุตรธรรม ชื่อว่าถึงพร้อมด้วยศีล ด้วยอำนาจศีลที่เนื่องด้วย อาจาระ ศีลที่เนื่องด้วยมรรค และศีลที่เนื่องด้วยผล ผู้นั้นแม้คนเดียว ก็มี ประโยชน์เกื้อกูลแก่พวกพ้อง ผู้ได้นามว่า ชื่อว่าญาติ เพราะหมายความว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka