Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 51 หน้าที่ 290

เล่ม มมร. 51 หน้า 290 ข้อ 317
เมื่อแสวงหาก็พึงพบหมอผู้ฉลาดในทางภูตวิทยา หมอ นั้นต้องขับภูตผีพร้อมทั้งมูลเหตุให้เขา เพื่อให้พินาศ ไป ฉันใด ข้าแต่พระมหาวีระ ข้าพระองค์ก็ฉันนั้น เหมือนกัน เดือดร้อนเพราะเคราะห์คือความมืด เสาะ แสวงหาแสงสว่างคือญาณ เพื่อให้รอดพ้นจากความ มืด จึงได้พบพระศากยมุนี ผู้ทรงกำจัดความมืด คือ กิเลสออกไปได้ พระองค์ได้ทรงกำจัดความมืดให้ข้า พระองค์เหมือนหมอผี ขับผีฉะนั้น ข้าพระองค์ตัดทอน กระแสแห่งสงสารได้ขาด กั้นกระแสตัณหาไว้ได้ ถอนภพทั้งหมดขึ้นได้ เหมือนหมอผีขับผีออกไปโดย มูลเหตุฉะนั้น นกครุฑโฉบเอางูไปเป็นอาหารของตน ยังสระใหญ่ร้อยโยชน์ โดยรอบให้กระเพื่อม มันจับงู ได้แล้ว จะจิกให้ตายเอาหัวห้อยลงพาบินหนีไป ตาม ที่นกต้องการฉันใด ข้าแต่พระมหาวีระ ข้าพระองค์ ก็เช่นนั้นเหมือนกัน เป็นเหมือนนกครุฑที่มีกำลัง เมื่อ แสวงหาอสังขตธรรม ข้าพระองค์คายโทสะออกไป แล้ว ได้เห็นสันติบทที่เป็นธรรมอันประเสริฐ อย่าง ยอดเยี่ยม นำเอาพระธรรมนั้นไปพำนักอยู่ เหมือน นกครุฑนำเอางูไปพักอยู่ฉะนั้น เถาวัลลี ชื่อ อาสาวดี เกิดในสวนจิตรลดา เถาวัลลีนั้น หนึ่งพันปีจึงจะออก ผล ๑ ผล ทวยเทพจะพากันเฝ้าแหนผลของเถาอาสาวดี
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka