Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 51 หน้าที่ 291

เล่ม มมร. 51 หน้า 291 ข้อ 317
นั้น เมื่อมันมีผลระยะนานขนาดนั้น เถาวัลลีนั้นจึง เป็นที่รักของทวยเทพ เมื่อเป็นอย่างนี้ เถาอาสาวดี จึงเป็นเถาวัลลีชั้นยอด ข้าแต่พระมุนี ข้าพระองค์ หมายใจไว้แสนกัป ขอบำรุงพระองค์ นมัสกาลทั้งเช้า ทั้งเย็น เหมือนทวยเทพมุ่งหมายเถาอาสาวดีฉะนั้น การปรนนิบัติและการนมัสการของข้าพระองค์ ไม่ เป็นหมันไม่เป็นโมฆะ ข้าพระองค์ผู้สงบแล้ว แม้มา แต่ไกลก็ไม่แคล้วคลาดขณะไปได้ ข้าพระองค์ค้นหา อยู่ก็ไม่พบปฏิสนธิในภพ ข้าพระองค์ปราศจากอุปธิ หลุดพ้นแล้ว สงบระงับแล้ว ท่องเที่ยวไปอยู่ อุปมา เสมือนว่า ดอกปทุมบานเพราะแสงพระอาทิตย์ฉันใด ข้าแต่พระมหาวีระ ข้าพระองค์ก็เช่นนั้นเหมือนกัน เบิกบานแล้ว เพราะพุทธรัศมี ในกำเนิดนกกระยาง จะไม่มีตัวผู้ ทุกครั้งที่ฟ้าร้อง มันจะตั้งท้องทุกคราว ตั้งท้องอยู่นาน จนกว่าฟ้าจะไม่ร้อง จะพ้นจากภาระ (ตกฟอง) ต่อเมื่อฝนตกฉันใด ข้าพระองค์ก็ฉันนั้น เหมือนกัน ได้ตั้งครรภ์คือพระธรรม เพราะเสียงฟ้า คือพระธรรม ที่ร้องเพราะเมฆคือพระธรรมของพระ ปทุมุตตรสัมมาสัมพุทธเจ้า ข้าพระองค์ทรงครรภ์คือ บุญอยู่ เป็นเวลาแสนกัป จะพ้นภาระ (คลอด) จนกว่า ฟ้าคือพระธรรมจะหยุดร้อง ข้าแต่พระศากยมุนี เมื่อใด
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka