Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 4 หน้าที่ 398

เล่ม มมร. 4 หน้า 398 ข้อ 428
ภิกขุนีวรรค อัตถังคตสิกขาบทที่ ๒ พึงทราบวินิจฉัย ในสิกขาบทที่ ๒ ดังต่อไปนี้. [แก้อรรถคาถาของพระจูฬบันถกเถระ] บทว่า ปริยาเยน คือ ตามวาระ ความว่า ตามลำดับ. บทว่า อธิเจตโส คือ ผู้มีอธิจิต อธิบายว่า ผู้ประกอบด้วยจิตที่ ยิ่งกว่าจิตทั้งหมด คือ อรหัตผลจิต. บทว่า อปฺปมฺชฺชโต คือ ผู้ไม่ประมาท. มีคำอธิบายว่า ผู้ประกอบ ด้วยการบำเพ็ญกุศลธรรมติดต่อกัน ด้วยความไม่ประมาท. บทว่า มุนิโน มีความว่า ญาณ ตรัสเรียกว่า โมนะ เพราะรู้โลกทั้ง ๒ อย่างนี้ว่า ผู้ใด ย่อมรู้โลกทั้ง ๒ ผู้นั้น เราเรียกว่า มุนี เพราะเหตุนั้น หรือ พระขีณาสพ ตรัสเรียกชื่อว่า มุนี เพราะประกอบด้วยญาณนั้น แก่ มุนีนั้น. สองบทว่า โมนปเถสุ สิกฺขโต มีความว่า ผู้ศึกษาอยู่ในทางแห่ง ญาณชื่อโมนะ กล่าวคือ อรหัตมรรคญาณ คือ ในโพธิปักขิยธรรม ๓๗ หรือ ในไตรสิกขา. ก็คำนี้พระผู้มีพระภาคตรัสหมายเอาปฏิปทาเป็นต้นส่วนเบื้อง ต้น . เพราะฉะนั้น ผู้ศึกษาพึงเห็นใจความในคำว่า มุนิโน โมนปเถสุ สิกฺขโต นี้ อย่างนี้ว่า แก่มุนีผู้ศึกษาอยู่ในธรรมเป็นต้นส่วนเบื้องต้น อย่างนี้ บรรลุความเป็นมุนีด้วยการศึกษานี้. บทพระคาถาว่า โสกา น ภวนฺติ ตาทิโน มีความว่า ความโศก ทั้งหลาย เพราะเรื่องมีการพลัดพรากจากอิฏฐารมณ์เป็นต้น ในภายใน (ในจิต) ย่อมไม่มีแก่พระขีณาสวมุนีผู้คงที่. อีกอย่างหนึ่ง ในบทว่า ตาทิโน นี้ มี
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka