Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 51 หน้าที่ 315

เล่ม มมร. 51 หน้า 315 ข้อ 320
อนึ่ง ท่านครั้นเป็นพระอริยบุคคลผู้มีอภิญญา ๖ แล้ว เมื่อพักผ่อน อยู่ด้วยวิมุตติสุข วันหนึ่ง ถูกพระญาติทั้งหลายตรัสถามว่า เหตุไฉน ท่านจึง ละทิ้งพวกเราไปบรรพชา เมื่อจะประกาศทุกข์ที่ตนได้เสวยแล้วในสงสาร นั่นแหละ และนิพพานสุขที่ตนได้บรรลุในปัจจุบัน จึงได้แสดงธรรมถวาย พระญาติเหล่านั้นด้วยคาถา ๓ คาถาว่า อาตมาภาพเมื่อท่องเที่ยวไปมา ได้ไปสู่นรกบ้าง ไปสู่เปรตโลกบ้าง ชาติแล้วชาติเล่า แม้ในกำเนิด เดียรฉานที่สุดแสนจะทนได้ อาตมาภาพก็อยู่มานาน มากมายหลายประการ และภพของมนุษย์ อาตมาภาพ ก็ได้ผ่านมามากแล้ว และได้ไปสวรรค์เป็นครั้งเป็น คราว อาตมาภาพดำรงอยู่ในรูปภพบ้าง อรูปภพบ้าง อสัญญีภพบ้างเนวสัญญานาสัญญีภพบ้าง ภพทั้งหลาย อาตมาภาพรู้ชัดแล้วว่าไม่มีแก่นสาร อันปัจจัยปรุง แต่งขึ้น เป็นของแปรปรวน กลับกลอก ถึงความ แตกหักทำลายไปทุกเมื่อ ครั้นรู้แจ้งภพนั้น อันเป็น ของเกิดในตนแล้ว อาตมาภาพจึงเป็นผู้มีสติบรรลุ สันติธรรมแล้ว. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สํสรํ ความว่า ท่องเที่ยวไปมาใน สงสารที่ไม่มีเบื้องต้น อธิบายว่า ท่องเที่ยวไป ๆ มา ๆ ด้วยสามารถแห่งการ จุติและอุบัติขึ้นในคติทั้ง ๕ ด้วยกรรมและกิเลสทั้งหลาย. หิ ศัพท์ เป็นเพียง บทว่า นิริยํ อคจฺฉิสฺสํ ความว่า เข้าถึงนรกใหญ่ทั้ง ๘ ขุม มี สัญชีวนรกเป็นต้น และอุสสทนรก ๑๖ ขุม มีกุกกุฬนรกเป็นต้น ด้วยสามารถ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka