บทว่า เย จ ตฺตถ วิชานนฺติ ความว่า ในที่ประชุมนั้น บัณฑิต
ย่อมรู้ว่าพวกเราไปยังที่ใกล้มัจจุราช.
บทว่า ตโต สมฺมนฺติ เมธคา ความว่า ก็ชนเหล่านั้น เมื่อรู้อย่างนั้น
ยังโยนิโสมนสิการให้เกิด ย่อมปฏิบัติเพื่อความสงบ ความบาดหมางคือ
ความทะเลาะ. เมื่อเช่นนั้นความบาดหมางเหล่านั้น ของชนเหล่านั้น ย่อม
สงบด้วยการปฏิบัติของชนเหล่านั้น.
บทว่า อถวา ปเร จ ความว่า ชนเหล่าใด ชื่อว่า ปเร เหล่าอื่น
เพราะเป็นผู้อยู่ภายนอกแต่พระศาสนา โดยไม่รับโอวาทานุสาสนีของ
พระศาสดา ชนเหล่านั้นย่อมไม่รู้ว่า พวกเราถือผิด ย่อมยุบยับ คือย่อม
พยายาม ในการสละคืนพระศาสนาในโลกนี้ตราบใด ความวิวาทย่อมไม่
สงบเพียงนั้น ก็ในกาลใด เมื่อว่าด้วยอำนาจการสละการยึดถือพระศาสนา
นั้น และชนเหล่าใดย่อมรู้ตามความเป็นจริง ซึ่งสภาวะมีอธรรมและธรรม
เป็นต้น โดยสภาวะมีอธรรมและธรรมเป็นต้น ในเมื่อชนเหล่านั้นขวน-
ขวายในการวิวาทในท่ามกลางสงฆ์นั้น ในกาลนั้น ความหมายมั่น กล่าว
คือความวิวาทย่อมสงบ เพราะอาศัยบุรุษผู้เป็นบัณฑิตเหล่านั้น จากสำนัก
ของบัณฑิตเหล่านั้น ในข้อนี้พึงทราบความดังว่ามาฉะนี้.
บทว่า ยทา แปลว่า ในกาลใด.
บทว่า อวิชานนฺตา ความว่า เมื่อไม่รู้ในการสงบวิวาท หรือไม่รู้
ธรรมและอธรรม โดยความเป็นจริง.
บทว่า อิริยนฺตฺยมรา วิย ความว่า มีความอวดดี มีความโลเล
มีปากกล้า มีวาจาพล่อย ๆ เป็นผู้มีความฟุ้งซ่าน เป็นไปอยู่ คือประพฤติ