Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 32

เล่ม มมร. 52 หน้า 32 ข้อ 328
เราถอนภพขึ้นได้ทั้งหมดแล้ว อาสวะทั้งปวงหมดสิ้นไป แล้ว บัดนี้ภพใหม่มิได้มี ในกัปที่ ๓๑ แต่ภัทรกัปนี้ เรา ถวายทานใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายกำหางนกยูง เราเผากิเลสทั้งหมด แล้ว...ฯลฯ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ก็แลครั้นท่านบรรลุพระอรหัตแล้ว ได้พิจารณาการปฏิบัติของตน เกิดโสมนัส ได้กล่าว ๘ คาถา ด้วยอำนาจอุทาน๑ว่า การที่เราได้มา ณ ที่ใกล้ท่าคยาในเดือนผัคคุณมาสนี้ เป็นการมาดีแล้วหนอ เพราะได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง ผู้แสดงธรรมอันสูงสุด มี พระรัศมีมาก เป็นพระคณาจารย์ ถึงความเป็นผู้เลิศ เป็นนายกวิเศษของมนุษยโลก พร้อมทั้งเทวโลก ผู้ชนะ มาร ผู้มีการเห็นหาสิ่งจะเปรียบมิได้ มีอานุภาพมาก เป็นมหาวีรบุรุษผู้รุ่งเรื่องใหญ่ ไม่มีอาสวะ สิ้นอาสวะทั้ง- ปวง เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ ไม่มีภัยแต่ที่ไหน พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ทรงปลดเปลื้องเรา ผู้มี นามว่าเสนกะ ผู้เศร้าหมองมานานแล้ว มีสันดานประกอบ ด้วยมิจฉาทิฏฐิ จากกิเลสเครื่องร้อยรัดทั้งปวง ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สฺวาคตํ วต เม อาสิ ความว่า การที่ เราได้มา ณ ที่ใกล้ท่าคยาในเดือนผัคคุณมาสนี้ เป็นการมาดีแล้วหนอ หรือการมาของเราเป็นการดีหนอ. ๑. ขุ. เถร. ๒๖/ข้อ ๓๒๘.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka