บทว่า คยายํ ได้แก่ ที่ใกล้แห่งท่าคยา,
บทว่า คยผคฺคุยา ความว่า ในอุตตรผัคคุณีนักขัตฤกษ์ปลายเดือน ๔
อันได้โวหารว่า คยาผัคคุ.
บทว่า ยํ เป็นต้น เป็นบทแสดงเหตุแห่งความเป็นผู้มาดี. บรรดา
บทเหล่านั้น บทว่า ยํ แก้เป็น ยสฺมา แปลว่า เพราะเหตุใด.
บทว่า อทสฺสาสึ แปลว่า ได้เห็นแล้ว.
บทว่า สมฺพุทฺธํ ความว่า ซึ่งว่า สัมพุทธะ เพราะตรัสรู้ธรรม
ทั้งปวงโดยชอบและด้วยพระองค์เอง.
บทว่า ทสฺเสนฺตํ ธมฺมมุตฺตมํ ความว่า ผู้ตรัสรู้ธรรมสูงสุด คือเลิศ
ประเสริฐกว่าธรรมทั้งปวง ได้แก่ ธรรมเป็นเครื่องนำสัตว์ออกจากทุกข์โดย
แท้จริง ควรแก่อัธยาศัยของเวไนยสัตว์.
บทว่า มหปฺปภํ ได้แก่ ประกอบด้วยรัศมีแห่งสรีระ. และด้วยรัศมี
แห่งญาณอันใหญ่.
บทว่า คณาจริยํ ความว่า ชื่อว่า คณาจริยะ เพราะให้คณะมีภิกษุ
บริษัทเป็นต้นศึกษาอาจาระโดยการฝึกอย่างสูงสุด. ซึ่งว่า ถึงความเลิศ
เพราะบรรลุคุณมีศีลเป็นต้นอันเป็นคุณสูงสุด. ซึ่งว่า เป็นผู้นำอันวิเศษ
เพราะฝึกเทวดาและมนุษย์เป็นต้นด้วยการฝึกอย่างยอดเยี่ยม และเพราะ
พระองค์เว้นจากผู้แนะนำ. เป็นผู้อันใคร ๆ ไม่ครอบงำ เพราะพระองค์
ครอบงำสัตว์โลกทั้งสิ้นดำรงอยู่ และชื่อว่า เป็นชินะแห่งโลกพร้อมด้วย
เทวโลก คือเป็นชินะผู้เลิศในโลกพร้อมด้วยเทวโลก เพราะพระองค์
ทรงชำนะมารทั้ง ๕, ชื่อว่า ผู้ทรงมีการเห็นหาผู้เปรียบปานมิได้ เพราะ
มีพระรูปกายอันประดับด้วย มหาปุริสลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ และ