Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 128

เล่ม มมร. 52 หน้า 128 ข้อ 344
บทว่า ตุฏฺเน จิตฺเต เป็นตติยาวิภัตติใช้ในลักษณะแห่งอิตถัมภูตะ, อธิบายว่า เป็นผู้มีใจยินดี เบิกบาน. บทว่า เขเปตฺวา ได้แก่ ตัดขาดแล้ว. บทว่า อกุปฺปตํ แปลว่า ไม่กำเริบ (พระอรหัต). บทว่า ปปฺปุยฺย แปลว่า ถึงแล้ว. บทว่า ปรมํ สนฺตึ ได้แก่ อนุปาทิเสสนิพพาน. ก็การบรรลุอนุปาทิเสสนิพพานนั้น คือการรอกาละ (ตาย) อย่างเดียวเท่านั้น ไม่ใช่กาลไร ๆ เพราะฉะนั้น เพื่อจะแสดง อนุปาทิเสสนิพพานนั้น ท่านจึงกล่าวว่าผู้ไม่มีอาสวะย่อมปรินิพพาน. ท่านอันพระศาสดาทรงโอวาทอย่างนี้แล้ว ก็เกิดความสังเวช บวช เจริญวิปัสสนา ไม่นานนักก็บรรลุพระอรหัต, เพราะเหตุนั้น ท่านจึง กล่าวไว้ในอปทาน๑ว่า เราได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้สูงสุดกว่าสัตว์ ผู้รุ่งเรื่อง เหมือนต้นกรรณิการ์ โชติช่วงดังดวงประทีป ไพโรจน์ ดุจทองคำ เราวางคณโฑน้ำ ผ้าเปลือกไม้กรองธมกรก ทำ หนังเสือเฉวียงบ่า แล้วก็สดุดีพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ว่า ข้าแต่พระมุนี พระองค์ทรงขจัดความมืดมิด ซึ่ง อากูลไปด้วยข่ายคือโมหะ ทรงแสดงแสงสว่างแห่งพระ- ญาณแล้ว เสด็จข้ามไป พระองค์ได้ยกโลกนี้ขึ้นได้แล้ว สิ่งที่ยอดเยี่ยมซึ่งมีอยู่ทั้งหมด จะเปรียบปานกับพระญาณ เป็นประมาณเครื่องไปจากโลกของพระองค์ไม่มี ด้วย ๑. ขุ. อ. ๓๓/ข้อ ๒๔.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka