Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 139

เล่ม มมร. 52 หน้า 139 ข้อ 346
เราเป็นคนเฝ้าประตู อยู่ในพระนครพันธุมดี ได้เห็น พระพุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลี ทรงรู้จบธรรมทั้งปวง เรามี จิตเลื่อมใสโสมนัส ได้ถือเอาท่อนอ้อยมาถวายแด่พระ- พุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด พระนามว่า วิปัสสี ผู้แสวงหา คุณอันยิ่งใหญ่ ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้ถวายอ้อยใด ในกาลนั้น ด้วยการถวายอ้อยนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายท่อนอ้อย เราเผากิเลสทั้งหลาย แล้ว . . . ฯลฯ . . . พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ก็แลครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว พิจารณาข้อปฏิบัติของตน เมื่อจะ สรรเสริญ การอยู่ร่วมกับครู และเข้าไปอาศัยสัปบุรุษจึงกล่าว ๕ คาถา เหล่านี้ว่า ผู้ใดเป็นธีรชน เป็นผู้รู้ถ้อยคำของครูทั้งหลาย อยู่ใน โอวาทของครูนั้น และยังความเคารพให้เกิดในโอวาท ของครูนั้น ผู้นั้นชื่อว่าเป็นผู้มีภักดี และชื่อว่าเป็นบัณฑิต และพึงเป็นผู้วิเศษ เพราะรู้ธรรมทั้งหลาย อันตรายร้าย แรงเกิดแล้ว ไม่ครอบงำบุคคลใดผู้พิจารณาอยู่ บุคคล นั้นย่อมชื่อว่ามีกำลัง ชื่อว่าเป็นบัณฑิต และพึงเป็นผู้ วิเศษเพราะรู้ธรรมทั้งหลาย ผู้ใดและตั้งมั่นไม่หวั่นไหว เหมือนมหาสมุทร มีปัญญาลึกซึ้ง เห็นเหตุผลอันละเอียด ชื่อว่าเป็นผู้ไม่ง่อนแง่น ไม่คลอนแคลน ชื่อว่าเป็นบัณฑิต
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka