Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 148

เล่ม มมร. 52 หน้า 148 ข้อ 347
กับบริวารเป็นอันมากแล้ว ได้ถวายทานพร้อมกันกับ พราหมณ์อีก ๑,๐๐๐ คน ครั้นแล้วเราได้ถวายบังคมพระ- ผู้มีพระภาคเจ้าผู้นายก แล้วยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง เป็นผู้ร่าเริง ได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า ด้วย ความเชื่อในพระองค์และด้วยอธิการคุณ ขอให้ข้าพระ- องค์ผู้เกิดในภพนั้น ๆ มีบริษัทมากเถิด ครั้งนั้นพระศาสดา ผู้มีพระสุรเสียงเหมือนคชสารคำรน มีพระสำเนียง เหมือนนกการเวก ได้ตรัสกะบริษัทว่า จงดูพราหมณ์ผู้นี้ ผู้มีวรรณะเหมือนทองคำ แขนใหญ่ ปากและตาเหมือน ดอกบัว มีกายและใจสูงเพราะปีติ ร่าเริง มีความเชื่อใน คุณของเรา เขาปรารถนาตำแหน่งแห่งภิกษุผู้มีเสียงก้อง ดุจเสียงราชสีห์ในอนาคตกาล เขาจักได้ตำแหน่งนี้สม ความปรารถนา ในกัปนับแต่นี้ขึ้นไป ๑ แสน พระศาสดามี พระนามว่าโคดมซึ่งสมภพในวงศ์ของพระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก พราหมณ์นี้จักเป็นธรรมทายาท ของพระศาสดาพระองค์นั้น เป็นโอรสอันธรรมเนรมิตจัก เป็นสาวกของพระศาสดา มีนามว่ากัสสป พระอัครนายก ของโลกพระนามว่าผุสสะ ผู้เป็นพระศาสดาอย่างยอด- เยี่ยม หาผู้เปรียบมิได้ ไม่มีใครจะเสมอเหมือน ได้เสด็จ อุบัติขึ้นแล้ว ในกัปที่ ๙๒ แต่ภัทรกัปนี้ พระศาสดา พระนามว่า ผุสสะ พระองค์นั้นแล ทรงกำจัดความมืด ทั้งปวง ทรงสางรกชัฏใหญ่ ทรงยังฝนคืออมตธรรมให้
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka