พืช เราเผากิเลสได้แล้ว ...ฯลฯ... เราได้กระทำตาม
คำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว.
ก็พระเถระครั้นได้บรรลุพระอรหัตแล้ว จึงอยู่ด้วยสุขอันเกิดแต่
วิมุตติ เห็นภิกษุฉัพพัคคีย์ไม่กระทำความเคารพในเพื่อนสพรหมจารีทั้ง-
หลาย จึงกล่าวคาถา ๖ คาถานี้ เนื่องด้วยการให้โอวาทแก่ภิกษุฉัพพัคคีย์
นั้นว่า
ผู้ใดไม่มีความเคารพในเพื่อนสพรหมจารี ผู้นั้นย่อม
เสื่อมจากพระสัทธรรม เหมือนปลาในน้ำน้อย ผู้ใดไม่มี
มีความเคารพในเพื่อนสพรหมจารี ผู้นั้นย่อมไม่งอกงาม
ในพระสัทธรรม เหมือนพืชที่เน่าในไร่นา ผู้ใดไม่มีความ
เคารพในเพื่อนสพรหมจารี ผู้นั้นย่อมอยู่ไกลจากพระ-
นิพพาน ในศาสนาของพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้เป็นพระ-
ธรรมราชา. ผู้ใดมีความเคารพในเพื่อนสพรหมจารี ผู้นั้น
ย่อมไม่เสื่อมจากพระสัทธรรม เหมือนปลาในน้ำมาก
ฉะนั้น ผู้ใดมีความเคารพในเพื่อนสพรหมจารีทั้งหลาย
ผู้นั้นย่อมงอกงามในพระสัทธรรม เหมือนพืชดีในไร่นา
ฉะนั้น ผู้ใดมีความเคารพในเพื่อนสพรหมจารี ผู้นั้นย่อม
อยู่ใกล้พระนิพพาน ในศาสนาของพระผู้มีพระภาคเจ้า
ผู้เป็นพระธรรมราชา.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สพฺรหฺมจารีสุ ความว่า ชื่อว่า เพื่อน
สพรหมจารี เพราะประพฤติธรรมอันประเสริฐมีศีลเป็นต้นที่มีอยู่, ผู้ที่ถึง
ความเสมอกันด้วยศีลและทิฏฐิ ชื่อว่า สหธรรมิก, ในเพื่อนสพรหมจารี
และสหธรรมิกเหล่านั้น.