Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 166

เล่ม มมร. 52 หน้า 166 ข้อ 349
พืช เราเผากิเลสได้แล้ว ...ฯลฯ... เราได้กระทำตาม คำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว. ก็พระเถระครั้นได้บรรลุพระอรหัตแล้ว จึงอยู่ด้วยสุขอันเกิดแต่ วิมุตติ เห็นภิกษุฉัพพัคคีย์ไม่กระทำความเคารพในเพื่อนสพรหมจารีทั้ง- หลาย จึงกล่าวคาถา ๖ คาถานี้ เนื่องด้วยการให้โอวาทแก่ภิกษุฉัพพัคคีย์ นั้นว่า ผู้ใดไม่มีความเคารพในเพื่อนสพรหมจารี ผู้นั้นย่อม เสื่อมจากพระสัทธรรม เหมือนปลาในน้ำน้อย ผู้ใดไม่มี มีความเคารพในเพื่อนสพรหมจารี ผู้นั้นย่อมไม่งอกงาม ในพระสัทธรรม เหมือนพืชที่เน่าในไร่นา ผู้ใดไม่มีความ เคารพในเพื่อนสพรหมจารี ผู้นั้นย่อมอยู่ไกลจากพระ- นิพพาน ในศาสนาของพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้เป็นพระ- ธรรมราชา. ผู้ใดมีความเคารพในเพื่อนสพรหมจารี ผู้นั้น ย่อมไม่เสื่อมจากพระสัทธรรม เหมือนปลาในน้ำมาก ฉะนั้น ผู้ใดมีความเคารพในเพื่อนสพรหมจารีทั้งหลาย ผู้นั้นย่อมงอกงามในพระสัทธรรม เหมือนพืชดีในไร่นา ฉะนั้น ผู้ใดมีความเคารพในเพื่อนสพรหมจารี ผู้นั้นย่อม อยู่ใกล้พระนิพพาน ในศาสนาของพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้เป็นพระธรรมราชา. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สพฺรหฺมจารีสุ ความว่า ชื่อว่า เพื่อน สพรหมจารี เพราะประพฤติธรรมอันประเสริฐมีศีลเป็นต้นที่มีอยู่, ผู้ที่ถึง ความเสมอกันด้วยศีลและทิฏฐิ ชื่อว่า สหธรรมิก, ในเพื่อนสพรหมจารี และสหธรรมิกเหล่านั้น.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka