Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 174

เล่ม มมร. 52 หน้า 174 ข้อ 350
และมีสภาวะไม่เที่ยงเป็นต้นฉันใด. ภายหลังคือในอนาคตกาล ได้เเก่ใน เวลาไม่มีวิญญาณก็ฉันนั้น. บทว่า ปญฺจงฺคิเกน ตูริเยน ความว่า ความยินดีเช่นนั้น คือเห็น ปานนั้น ได้แก่ความชอบใจในความสุข ย่อมไม่มีแก่อิสรชนผู้เพียบพร้อม ด้วยกามสุข ซึ่งเขาบำเรออยู่ด้วยดนตรีเครื่อง ๕ คือประกอบด้วยองค์ ๕ อย่างนี้ คือ อาตตะ กลองหุ้มหนังหน้าเดียว คือรำมะนา, วิตตะ กลอง หุ้มทั้งสองหน้า คือตะโพน. อาตตะวิตตะ หุ้มทั้งหมด คือบัณเฑาะว์, สุสิระ ปี่, ฆนะ ฉิ่ง. บทว่า ยถา เอกคฺคจิตฺตสฺส สมฺมา ธมฺมํ วิปสฺสโต ความว่า ความยินดีในกามย่อมไม่เข้าถึงแม้แต่เสี้ยวของความยินดีในธรรม แห่ง พระโยคาวจรผู้กระทำสมถะและวิปัสสนาให้ยุคนัทธรรม กระทำควบคู่กัน ไป แล้วพิจารณาความเกิดและความดับแห่งขันธ์ทั้งหลาย ด้วยวิปัสสนา อันดำเนินตามวิถี โดยภาวะที่อินทรีย์ทั้งหลายมีรสะ คือหน้าที่เดียวกัน. สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ในกาลใด ๆ พระโยคีพิจารณาเห็นความเกิดขึ้นและ ความเสื่อมไปแห่งขันธ์ทั้งหลาย ในกาลนั้น ๆ ย่อมได้ ความปีติและปราโมทย์ นั้นเป็นอมตะของท่านผู้รู้แจ้ง ทั้งหลาย. และคาถาเหล่านี้แหละเป็นคาถาพยากรณ์อรหัตผลของพระเถระ. จบอรรถกถากุลลเถรคาถาที่ ๔
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka