แม้พระเถระนี้ก็ได้บำเพ็ญบุญญาธิการไว้ในพระพุทธเจ้าแต่ปางก่อน
ทั้งหลาย ได้ก่อสร้างกุศลอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพาน ไว้ในภพนั้น ๆ
ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดเป็นบุตรปุโรหิตของพระเจ้าสุทโธทนะใน
นครกบิลพัสดุ์ เขาได้มีชื่อว่า สัปปทาส. เขาเจริญวัยได้ความศรัทธาใน
คราวสมาคมพระญาติของพระศาสดา จึงบวช เพราะกิเลสครองงำ จึง
ไม่ได้เจโตสมาธิ ประพฤติพรหมจรรยํ์ เกิดสลดใจ ภายหลังจึงนำศัสตรา
มา เจริญโยนิโสมนสิการก็ได้บรรลุพระอรหัต เมื่อจะพยากรณ์อรหัตผล
จึงได้กล่าวคาถา๑เหล่านี้ว่า
นับตั้งแต่เราบวชมาแล้วได้ ๒๕ ปี ยังไม่เคยได้รับ
ความสงบใจ แม้ชั่วเวลาลัดนิ้วมือเลย เราไม่ได้
เอกัคคตาจิต ถูกกามราคะครอบงำ ประคองแขนทั้งสอง
ร้องไห้คร่ำครวญออกไปจากที่อยู่ด้วยคิดว่า จักนำศัสตรา
มา ชีวิตของเราจะมีประโยชน์อะไรเล่า ก็คนอย่างเรา
จะลาสิกขาเสียอย่างไรได้ ควรตายเสียเถิดคราวนี้ เรา
ได้ฉวยเอามีดโกนขึ้นไปนอนบนเตียง มีดโกนเล่มนั้น
เรานำเข้าไปจ่อไว้แล้ว สามารถจะตัดเส้นเอ็นให้ขาดได้
ขณะนั้น โยนิโสมนสิการเกิดขึ้นแก่เรา โทษปรากฏแก่เรา
ความเบื่อหน่ายในสังขารก็เกิดขึ้นแก่เรา เพราะความ
เบื่อหน่ายในสังขารนั้น จิตของเราหลุดพ้นแล้ว ขอท่าน
จงดูความที่ธรรมเป็นธรรมดีเถิด วิชชา ๓ เราได้บรรลุแล้ว
คำสอนของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว.
๑. ขุ. เถร. ๒๖/ข้อ ๓๕๒.