Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 189

เล่ม มมร. 52 หน้า 189 ข้อ 353
ขึ้นถวายบังคม เกิดความสลดใจจึงได้ยืนอยู่. ลำดับนั้น พระศาสดาเมื่อ จะทรงแสดงธรรมแก่ท่าน จึงได้ตรัสพระคาถา๑เหล่านี้ความว่า จงลุกขึ้นนั่งเถิด กาติยานะ อย่ามัวนอนหลับอยู่เลย จงตื่นขึ้นเถิด อย่าให้มัจจุราชผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของคนประ- มาทชนะท่านผู้เกียจคร้านด้วยอุบายโกงเลย. กำลังคลื่น แห่งมหาสมุทร ย่อมครอบงำบุรุษผู้ไม่อาจข้ามมหาสมุทร นั้นได้ฉันใด ชาติและชราย่อมครอบงำท่านผู้ถูกความ เกียจคร้านครอบงำแล้วฉันนั้น ขอท่านจงทำเกาะคืออรหัต- ผลแก่ตนเถิด เพราะที่พึ่งอย่างอื่นในโลกนี้และโลกหน้า ย่อมไม่มีแก่ท่าน ก็พระศาสดาได้ทรงบอกทางนี้อันล่วง พ้นจากเครื่องข้อง และจากภัยคือชาติและชราแก่ท่าน แล้ว ท่านอย่าเป็นผู้ประมาททั้งยามต้นและยามหลัง จง พยายามกระทำความเพียรให้มั่นเถิด ท่านจงปลดเปลื้อง เครื่องผูกทั้งหลายอันเป็นของเดิมเสีย จงใช้สอยผ้า สังฆาฏิ โกนศีรษะด้วยมีดโกน และฉันอาหารที่ขอมาได้ จงอย่าเห็นแก่การเล่นสนุกสนาน อย่าเห็นแก่การนอน จงหมั่นเพ่งธรรมเถิดกาติยานะ จงเจริญฌาน จงชนะ กิเลสเถิด กาติยานะ ท่านจงเฉลียวฉลาดในทางอัน ปลอดโปร่งจากโยคะ จงบรรลุถึงความบริสุทธิ์อันยอด เยี่ยม จงดับเพลิงกิเลส ดังบุคคลดับไฟด้วยน้ำฉะนั้น ประทีปที่ส่องแสง ถ้ามีแสงน้อย ย่อมดับไปด้วยลม หรือ ๑. ขุ. เถร. ๒๖/ข้อ ๓๕๓.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka