Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 239

เล่ม มมร. 52 หน้า 239 ข้อ 361
นางจึงสัญญาว่า ถ้าเมื่อเป็นอย่างนั้น เราจักการทำเจ้าเท่านั้น ให้เป็น ภรรยาเขาแล้วตั้งให้เป็นเจ้าของตระกูลนี้ ดังนี้แล้ว ให้ทรัพย์เป็นอันมาก แล้วส่งไป นางจึงไปยังกรุงสาวัตถี ด้วยบริวารเป็นอันมากแล้วพักอยู่ใน เรือนหลังหนึ่ง ใกล้ที่เที่ยวบิณฑบาตของพระเถระ ใช้ให้คนอื่น ๆ ถวาย บิณฑบาตแก่พระเถระโดยเคารพ และ (ตนเอง) ตกแต่งประดับประดา สวมรองเท้าทอง แสดงตนให้ (พระเถระเห็น). ครั้นวันหนึ่ง นางเห็นพระเถระกำลังเดินไปทางประตูเรือน จึงถอด รองเท้าทองประคองอัญชลีเดินไปข้างหน้า เชื้อเชิญพระเถระด้วยการเชื้อ เชิญด้วยกาม มีประการต่าง ๆ. พระเถระได้ฟังดังนั้นจึงคิดว่า ธรรมดา จิตของปุถุชนมักหวั่นไหว ถ้ากระไร เราพึงทำความอุตสาหะพยายามใน บัดนี้แหละ ยืนอยู่ในที่นั้นนั่นเอง บำเพ็ญภาวนาก็ได้อภิญญา ๖ ซึ่งท่าน หมายกล่าว๑ไว้ว่า หญิงแพศยาผู้ประดับร่างกาย นุ่งห่มผ่าใหม่อันงาม ทัดทรงดอกไม้ ลูบไล้ด้วยเครื่องหอม เท้าย้อมด้วยสีแดง สวมรองเท้าทอง นางถอดรองเท้ายืนประคองอัญชลีอยู่ ข้างหน้า กล่าวกะเราผู้เคยยำเกรง ด้วยถ้อยคำอันอ่อน หวานว่า ท่านเป็นบรรพชิตหนุ่ม ขอจงเชื่อฟังคำของดิฉัน ขอ เชิญท่านสึกออกมาบริโภคกามอันเป็นของมนุษย์เถิดดิฉัน ขอให้สัตย์ปฏิญาณแก่ท่าน หรือดิฉันจะนำเอาไฟมาทำ ๑. ขุ. เถร. ๒๖/ข้อ ๓๖๑.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka