Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 258

เล่ม มมร. 52 หน้า 258 ข้อ 363
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทรามว่าอภิญญา ๖ เกิดขึ้นแก่ท่านแล้ว จึง ตรัสว่า มาเถิดภัททะ. ทันใดนั้นเอง พระภัททะนั้นเข้าไปเฝ้าพระศาสดา ถวายบังคมแล้ว ได้ยืนประคองอัญชลีอยู่ในที่ใกล้พระศาสดา. ก็พระวาจา ที่พระศาสดารับสั่งดังนั้นแหละได้เป็นอุปสมบทของเธอ. ได้ยินว่า การ อุปสมบทนั่นชื่อว่าพุทธอุปสมบท อุปสมบทต่อพระพุทธเจ้า. พระ- เถระเมื่อจะพยากรณ์พระอรหัตผล โดยมุ่งกล่าวประวัติของตนตั้งแต่เกิด จึงได้กล่าวคาถา๑เหล่านี้ว่า เราเป็นบุตรคนเดียว ซึ่งเป็นที่รักของมารดาบิดา เพราะเหตุว่า มารดาบิดาได้เรามาด้วยการประพฤติวัตร และการอ้อนวอนขอเป็นอันมาก ก็มารดาบิดาทั้งสองนั้น มุ่งหวังความเจริญ แสวงหาประโยชน์เพื่ออนุเคราะห์เรา จึงนำเรามาถวายแด่พระพุทธเจ้าแล้วทูลว่า บุตรของข้า- พระองค์นี้เป็นสุขุมาลชาติได้รับแต่ความสุข เป็นบุตรที่ ข้าพระองค์ได้มาโดยยาก. ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นนาถะ ของโลก ข้าพระองค์ทั้งสองขอถวายบุตรสุดที่รักนี้ ให้ เป็นคนรับใช้ของพระองค์ ผู้ทรงชนะกิเลสมาร. ก็ พระศาสดาทรงรักเราแล้ว รับสั่งกะท่านพระอานนท์ว่า จงรีบให้เด็กคนนี้บรรพชาเถิด เพราะเด็กคนนี้จักเป็นผู้ รอบรู้รวดเร็ว. พระศาสดาผู้ทรงชนะมารรับสั่งให้พระ- อานนท์บรรพชาให้เรา แล้วเสด็จเข้าสู่พระคันธกุฎี. เมื่อ พระอานนท์บรรพชาให้เรา แล้วเสด็จเข้าสู่พระคันธกุฎี. เมื่อ พระอาทิตย์ยังไม่อัสดง จิตของเราก็พ้นจากอาสวกิเลส ๑. ขุ. เถร. ๒๖/ข้อ ๓๖๓.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka