Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 259

เล่ม มมร. 52 หน้า 259 ข้อ 363
ทั้งปวง ภายหลัง พระศาสดาทรงออกจากสมาบัติแล้ว เสด็จออกจากที่เร้น รับสั่งกะเราว่า จงเป็นภิกษุมาเถิด. ภัททะ การรับสั่งเช่นนั้น เป็นการอุปสมบทของเรา เรา เกิดมาได้ ๗ ปี ก็ได้อุปสมบท ได้บรรลุวิชชา ๓ น่า อัศจรรย์ ความที่ธรรมเป็นธรรมดี. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วตจริยาหิ ความว่า ด้วยการได้ฟังคำ ของสมณพราหมณ์ทั้งหลายที่กล่าวว่า ท่านทั้งหลายกระทำอย่างนี้แล้วจัก ได้บุตร แล้วจึงประพฤติวัตรมีการดื่มนมสดไม่บริโภคอาหารเป็นต้น. บทว่า อายาจนาหิ ได้แก่ ด้วยขอต่อเทวดาและขอต่อพระศาสดา, ก็คำว่า อายาจนาหิ นี้เท่านั้นเป็นเหตุในเรื่องนี้ พระเถระกล่าวคำอื่น เพื่อแสดงการปฏิบัติของมารดาบิดา และเพื่อแสดงภาวะที่มารดาบิดาได้ บุตรยาก. บทว่า เต โยค มาตาปิตโร. บทว่า อุปนามยุํ แปลว่า นำเข้า ไปถวาย. บทว่า สุเขธิโต ได้แก่ เจริญด้วยความสุข. บทว่า เต แปลว่า แด่พระองค์. บทว่า ปริจาริกํ ได้แก่ ให้เป็นผู้กระทำกรณียกิจ. บทว่า เหสฺสตฺยาชานิโย ยํ ความว่า เด็กคนนี้จักเป็นผู้รู้ได้ รวดเร็วในศาสนาของเรา. เพราะเหตุนั้น พระศาสดาจึงได้ตรัสว่า จงรีบ ให้บวชในวันนี้ทีเดียว. บทว่า ปพฺพาเชตฺวาน ได้แก่ สั่งพระอานนทเถระให้บวชให้. บทว่า วิหารํ ได้แก่ พระคันธกุฎี. บทว่า อโนคฺคตสฺมึ สูริยสฺมึ ได้แก่ เมื่อพระอาทิตย์ยังไม่อัสดง.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka