Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 264

เล่ม มมร. 52 หน้า 264 ข้อ 364
เป็นไปของเขาบ้างไหม พระเจ้าข้า. จึงตรัสธรรมว่า บุตรทั้งหลายย่อมไม่มีเพื่อความเป็นผู้ต้านทาน บิดา ก็ดี เผ่าพันธุ์ก็ดี ย่อมไม่มีเพื่อความเป็นผู้ต้านทาน ความต้านทานในหมู่ญาติ ย่อมไม่มีแก่ผู้อันความตายถึง ทับแล้ว. นางได้ฟังธรรมนั้นแล้วได้เป็นพระโสดาบัน. ทารกได้บรรลุพระ- อรหัต. เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวไว้ในอปทาน๑ว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ เสด็จมายัง สำนักของเรา ซึ่งกำลังชำระเงื้อมเขาอยู่ที่ภูเขาสูงอัน ประเสริฐ เราเห็นพระพุทธเจ้าเสด็จเข้ามา ได้ตกแต่ง เครื่องลาดแล้ว ได้ปูลาดอาสนะดอกไม้ถวายแด่พระ- โลกเชษฐ์ผู้คงที่ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้นายกของโลก ประทับนั่งบนอาสนะดอกไม้ทรงทราบ คติของเรา ได้ตรัสความเป็นอนิจจังว่า สังขารทั้งหลาย ไม่เที่ยงหนอ มีความเกิดขึ้นและเสื่อมไปเป็นธรรมดา เกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป ความที่สังขารเหล่านั้นสงบระงับ เป็นสุข พระสัพพัญญูเชษฐบุรุษของโลก เป็นพระผู้ ประเสริฐ ทรงเป็นนักปราชญ์ ตรัสดังนี้แล้ว เสด็จเหาะ ขึ้นไปในอากาศ ดังพระยาหงส์ในอัมพร เราละทิฏฐิของ ตนแล้ว เจริญอนิจจสัญญา ครั้นเราเจริญอนิจจสัญญาได้ วันเดียว ก็ทำกาละ ณ ที่นั้นเอง เราเสวยสมบัติทั้งสอง ๑. ขุ. อ. ๓๒/ข้อ ๒๑.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka