Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 265

เล่ม มมร. 52 หน้า 265 ข้อ 364
อันกุศลมูลกระตุ้นเตือนแล้ว เมื่อเกิดในภพที่สุด เกิดใน โสปากกำเนิด (เกิดและเติบโตในป่าช้า) เราออกจาก เรือนบวชเป็นบรรพชิต เรามีอายุได้ ๗ ปีโดยกำเนิด ได้ บรรลุพระอรหัต. เราปรารภความเพียรมีใจแน่วแน่ ตั้งมั่น อยู่ในศีล ยังพระมหานาคให้ทรงยินดีแล้ว ได้อุปสมบท. ในกัปที่ ๙๔ แต่ภัทรกัปนี้ ด้วยผลแห่งธรรมที่เราได้ทำไว้ ในกาลนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวาย อาสนะดอกไม้. ในกัปที่ ๙๔ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้เจริญ สัญญาใดไว้ในกาลนั้น เราเจริญสัญญานั้นอยู่ ได้บรรลุ ถึงความสิ้นอาสนะแล้ว. คุณวิเศษเหล่านี้คือปฏิสัมภิทา ๔ . . .ฯลฯ. . . คำสอนพระพุทธเจ้าเราได้ทำตามแล้ว. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงคลายพระฤทธิ์. ฝ่ายมารดาก็ได้ เห็นบุตร ร่าเริงดีใจ ได้ฟังว่าบุตรนั้นเป็นพระขีณาสพ จึงให้บวชแล้ว ก็ไป ท่านโสปากะนั้นเข้าไปเฝ้าพระศาสดาซึ่งกำลังเสด็จจงกรมอยู่ในร่ม เงาแห่งพระคันธกุฎี ถวายบังคมแล้วจงกรมตามเสด็จ. พระผู้มีพระภาคเจ้า ประสงค์จะทรงอนุญาตอุปสมบทแก่เธอ จึงมีพระดำรัสถามปัญหา ๑๐ ข้อ โดยมีอาทิว่า เอกํ นาม กึ อะไรชื่อว่าหนึ่ง ดังนี้. ฝ่ายท่านโสปากะนั้น ถือเอาพระพุทธประสงค์ เทียบเคียงกับพระ- สัพพัญญุตญาณ ทูลแก้ปัญหาเหล่านั้น โดยนัยมีอาทิว่า สพฺเพ สตฺตา อาหารฏฺิติกา สัตว์ทั้งปวงดำรงอยู่ได้ด้วยอาหาร ดังนี้. ด้วย เหตุนั้นนั่นแล ปัญหาเหล่านั้นจึงชื่อว่า กุมารปัญหา. พระศาสดาทรงมีพระทัยโปรดปราน เพราะการพยากรณ์ปัญหาของเธอ จึงทรงอนุญาตการอุปสมบท, ด้วย
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka