Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 308

เล่ม มมร. 52 หน้า 308 ข้อ 369
นภากาศ อันเป็นทางไปแห่งฝูงนกอยู่โดยรอบ และภิกษุ ไปเพ่งพิจารณาธรรมอยู่ที่เงื้อมเขา เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ ประสบควานยินดีอย่างอื่น ยิ่งไปกว่าการเพ่งธรรมนั้น เมื่อใด บัณฑิตมีจิตเบิกบาน นั่งเพ่งพิจารณาธรรมอยู่ที่ฝั่ง แม่น้ำทั้งหลาย อันดารดาษไปด้วยดอกโกสุม และดอก มะลิที่เกิดในป่า อันวิจิตรงดงาม ย่อมไม่ได้ประสบความ ยินดีอย่างอื่น ยิ่งไปกว่าการนั่งเพ่งพิจารณาธรรมนั้น เมื่อใด มีฝนฟ้าร้องในเวลาราตรี ฝูงสัตว์ที่มีเขี้ยวก็พากัน ยินดีอยู่ในป่าใหญ่ และภิกษุไปเพ่งพิจารณาธรรมอยู่ที่ เงื้อมเขา เมื่อนั้น ย่อมไม่ประสบความยินดีอย่างอื่น ยิ่ง ไปกว่าการพิจารณาธรรมนั้น เมื่อใด ภิกษุกำจัดวิตกทั้ง- หลายของตน เข้าไปสู่ถ้ำภายในภูเขา ปราศจากความ กระวนกระวายใจ ปราศจากกิเลสอันตรึงใจ เพ่งพิจารณา ธรรมอยู่ เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ประสบความยินดีอย่างอื่น ยิ่งไปกว่าการพิจารณาธรรมนั้น เมื่อใด ภิกษุมีความสุข ยังมลทินกิเลส อันตรึงจิตและความโศกให้พินาศ ไม่มี กลอนประตู คืออวิชชา ไม่มีป่า คือตัณหา ปราศจาก ลูกศร คือกิเลส เป็นผู้ทำอาสวะทั้งปวงให้สิ้นไป เพ่ง- พิจารณาธรรมอยู่ เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ประสบวามยินดี อย่างอื่น ยิ่งไปกว่าการเพ่งพิจารณาธรรมนั้น.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka