เลื่อมใสเล่า พราหมณ์ชื่อว่าเสนะ ได้สรรเสริญพระ-
พุทธเจ้า ผู้ประเสริฐสุด พระนามว่าสิทธัตถะ ผู้ไม่ทรง
พ่ายแพ้อะไร ด้วยคาถา ๔ คาถานี้แล้ว ไม่ได้เข้าถึง
ทุคติเลยตลอด ๙๘ กัป เราได้เสวยสมบัติอันดีงามมิใช่
น้อย ในสุคติทั้งหลาย ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราสรร-
เสริญพระพุทธเจ้า ผู้นำของโลกแล้ว ไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการสรรเสริญ ในกัปที่ ๑๔ แต่กัปนี้ได้มี
พระเจ้าจักรพรรดิ ๔ พระองค์ผู้สูงศักดิ์ ทรงสมบูรณ์ด้วย
รัตนะ ๗ ประการ มีหมู่พลมาก, กิเลสทั้งหลายของเรา
ถูกเผาไหม้ไปแล้ว . . .ฯ ล ฯ . . . พระพุทธศาสนาเราได้
ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ก็พระเถระครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว สมัยต่อมา เมื่อจะทำการ
อนุเคราะห์หมู่ญาติ จึงไปยังพระนครสาเกต ได้รับการบำรุงจากพวกญาติ
๒-๓ วัน ก็ไปอยู่ในป่าไม้อัญชันแล้ว มีความประสงค์จะไปสู่ที่ที่ตนเคย
อยู่แล้วนั่นแลอีก จึงแสดงอาการว่าจะไป. พวกญาติจึงพากันอ้อนวอน
พระเถระว่า นิมนต์อยู่ในที่นี้แหละเจ้าข้า, ตัวท่านเองก็จักไม่ลำบาก, ถึง
พวกผมก็จักได้เจริญบุญเพิ่มขึ้น.
พระเถระเมื่อจะประกาศการยินดียิ่งในความสงัดและความอยู่ผาสุก
สบายในป่านั้นของตน จึงกล่าวคาถาทั้งหลายเหล่านี้ว่า :-
เมื่อใด บัณฑิตกำหนดรู้ทุกข์ในเบญจขันธ์ที่ปุถุชนทั้ง
หลายไม่รู้แจ้งว่า ความแก่และความตาย นี้เป็นทุกข์ แล้ว
๑. ขุ. เถร. ๒๖/ข้อ ๓๖๙.