Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 26 หน้าที่ 430

<< | หน้าที่ 430 | >>
[๕๒๑] เมื่อใด บัณฑิตเจริญสันตบท ซึ่งไม่มีความเศร้าโศก

ปราศจากกิเลสดุจธุลี อันปัจจัยปรุงแต่งไม่ได้

เป็นที่ชำระกิเลสได้หมด ตัดกิเลสเครื่องผูกพันคือสังโยชน์

เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ความยินดีที่ประเสริฐ

ยิ่งกว่าความยินดีในวิปัสสนา มรรค และผลนั้น

[๕๒๒] เมื่อใด กลองคือเมฆพรั่งพรูไปด้วยสายฝน

คำรามอยู่ในท้องฟ้า ซึ่งเป็นทางไปของฝูงนกโดยรอบ

และภิกษุผู้อยู่ประจำเงื้อมภูเขา ยังเข้าฌานอยู่

เมื่อนั้น ก็ย่อมไม่ได้ความยินดีที่ประเสริฐ

ยิ่งกว่าความยินดีในฌานนั้น

[๕๒๓] เมื่อใด บัณฑิตมีจิตเบิกบาน นั่งเข้าฌานอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำทั้งหลาย

ซึ่งดารดาษไปด้วยดอกโกสุม มีดอกไม้ป่าเป็นช่อสวยงาม

เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ความยินดีที่ประเสริฐ

ยิ่งกว่าความยินดีในฌานนั้น

[๕๒๔] เมื่อใด มีฝนฟ้าร้องในเวลากลางคืน

ฝูงสัตว์ที่มีเขี้ยวงาก็พากันยินดีในป่าใหญ่ที่สงัด

และภิกษุผู้อยู่ประจำเงื้อมภูเขา เข้าฌานอยู่

เมื่อนั้น ก็ย่อมไม่ได้ความยินดีที่ประเสริฐ

ยิ่งกว่าความยินดีในฌานนั้น

[๕๒๕] เมื่อใด ภิกษุกำจัดวิตกทั้งหลายของตนได้

เข้าถ้ำภายในภูเขา ปราศจากความกระวนกระวายใจ

ปราศจากกิเลสที่ตรึงใจโดยสิ้นเชิง เข้าฌานอยู่

เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ความยินดีที่ประเสริฐ

ยิ่งกว่าความยินดีในฌานนั้น

๑ นิพพาน (ขุ.เถร.อ. ๒/๕๒๑/๑๘๐)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka