Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 332

เล่ม มมร. 52 หน้า 332 ข้อ 370
เพียงครั้งเดียวเท่านั้น, ฝ่ายพวกทานบดี ที่ถูกพวกยาจกเหล่านั้นขอแล้ว ก็ให้บ่อย ๆ มิใช่ให้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น. ก็พวกทานบดี ครั้นให้ไทยธรรมบ่อย ๆ อย่างนั้นแล้ว คือสั่งสม บุญที่สำเร็จด้วยทานไว้แล้ว ย่อมเข้าถึงสวรรค์บ่อย ๆ คือไป ๆ มา ๆ ได้แก่ ย่อมเข้าไปถึงเทวโลก ด้วยอำนาจการถือปฏิสนธิ, อธิบายว่า เพราะฉะนั้น แม้ข้าพระองค์ ก็จะอ้อนวอนบ่อย ๆ ข้าแต่พระผู้มีพระ- ภาคเจ้า ขอพระองค์จงยังมโนรถของข้าพระองค์ให้ถึงที่สุดเถิด. บัดนี้ พระเถระอ้อนวอนพระศาสดา จะให้เสด็จไปยังกรุงกบิล- พัสดุ์เพื่อประโยชน์ใด เพื่อจะแสดงซึ่งประโยชน์นั้น จึงกล่าวคาถาว่า วีโร หเว ดังนี้เป็นต้น. ความแห่งบาทคาถานั้นว่า :- บุรุษผู้มีความเพียร มีความอาจหาญ มีปัญญากว้างขวาง คือมีปัญญามากเกิด คือเกิดในสกุลใด ย่อมชำระต้น ในสกุลนั้นตลอด ๗ ชั่วคนคือคู่แห่งบุรุษ ๗ จนถึงปิตามหยุคะที่ ๗ ให้ บริสุทธิ์สะอาดด้วยสัมมาปฏิบัติ โดยส่วนเดียว เพราะเหตุนั้น จะป่วย กล่าวไปไยถึงวาทะของชาวโลก ที่เป็นคำติเตียน จักมีในชนเหล่าอื่นเล่า. ข้าพระองค์ย่อมเข้าใจว่า ก็พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์เป็น เทพเจ้าผู้ประเสริฐ เพราะพระองค์เป็นเทพเจ้าผู้สูงสุดกว่าเทพเจ้าทั้งปวง ย่อมทรงอาจสามารถเพื่อทำสกุลแม้ที่นอกเหนือไปกว่านั้นให้บริสุทธิ์ได้ ด้วยการห้ามเสียจากความชั่ว และด้วยการให้ดำรงอยู่ในความดี. เพราะเหตุไร ? เพราะพระองค์เกิดแล้วโดยอริยชาติ ได้สัจนามว่า เป็นนักปราชญ์ อธิบายว่า เพราะความที่พระองค์ผู้พระศาสดาเกิดแล้ว โดยอริยชาติ เป็นนักปราชญ์ พระองค์เป็นผู้รู้ จึงได้พระนามตามความ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka