จริงว่า มุนี เพราะอรรถว่า รู้ประโยชน์ส่วนพระองค์ และประโยชน์
ส่วนสังคม และเพราะอรรถว่า รู้ซึ่งโลกนี้และโลกหน้า. อีกอย่างหนึ่ง
ผู้มีความรู้ ชื่อว่ามุนิ, พระองค์มีพระนามตามความเป็นจริงว่า สมณะ
บรรพชิต ฤาษี ดังนี้ ฉะนั้น ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า เพราะเหตุแห่ง
การได้เฉพาะซึ่งประโยชน์โดยส่วนเดียว แก่ปวงสัตว์ ข้าพระองค์จึงทูล
อ้อนวอนพระองค์ เพื่อการเสด็จไปในกรุงกบิลพัสดุ์นั้น.
บัดนี้ เมื่อพระเถระกล่าวว่า สตฺตยุคํ ดังนี้แล้ว เพื่อจะแสดงยุคะ
แห่งบิดา จึงกล่าวคำว่า สุทฺโธทโน นาม ดังนี้เป็นต้น. ชื่อว่า สุทฺโธทโน
เพราะอรรถว่า ผู้มีข้าวบริสุทธิ์เป็นชีวิต. จริงอยู่ พระพุทธบิดา ผู้มีกาย
สมาจาร วจีสมาจาร และมโนสมาจาร อันบริสุทธิ์พิเศษ โดยส่วนเดียว
จึงเป็นผู้มีอาชีพอันบริสุทธิ์ดี เพราะพระองค์เป็นผู้เพียบพร้อมด้วยอภินิหาร
อย่างนั้น.
บทว่า มายนามา ได้แก่ ได้นามว่ามายา เพราะพระองค์มีพระคุณ
ที่หมู่ญาติและมิตรเป็นต้น จะพึงกล่าวว่า อย่าไปเลย ดังนี้ เหตุสมบูรณ์
ด้วยคุณ มีสกุล, รูปร่าง, ศีล และมารยาท เป็นต้น.
บทว่า ปริหริยา แปลว่า ประคับประคอง.
บทว่า กายสฺส เภทา ได้แก่ เบื้องหน้าแต่กายของตนล่วงลับไป
ก็เป็นเช่นกับเจดีย์ของชาวโลก พร้อมทั้งเทวโลก.
บทว่า ติทิวมฺหิ ได้แก่ ในดุสิตเทวโลก.
บทว่า สา โยค มายาเทวี แปลว่า สมเด็จพระนางเจ้ามายาเทวีนั้น .
บทว่า โคตมี ความว่า พระเถระ ระบุถึงพระนางเจ้า โดย
พระโคตร.