Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 386

เล่ม มมร. 52 หน้า 386 ข้อ 374
เนื่องอยู่ในสันดาน ประกอบแล้วในนิวรณ์ ๕ เพียบพร้อม ด้วยวิตก ประกอบด้วยรากเหง่าแห่งภพคือตัณหา ปกปิด ด้วยเครื่องปกปิดคือโมหะ หมุนไปอยู่ด้วยเครื่องหมุน คือกรรม ร่างกายนี้. ย่อมมีสมบัติกับวิบัติเป็นคู่กัน มี ความเป็นต่าง ๆ กันเป็นธรรมดา ปุถุชนคนอันธพาล เหล่าใด มายึดถือร่างกายนี้ว่าเป็นของเรา ย่อมยังสงสาร อันน่ากลัวให้เจริญ ปุถุชนเหล่านั้นย่อมถือเอาภพใหม่อีก กุลบุตรผู้เป็นบัณฑิตเหล่าใด ละเว้นร่างกายนี้ อันฉาบ ทาแล้วด้วยคูถ ดังบุรุษผู้ประสงค์ความสุขอยากมีชีวิตอยู่ เห็นอสรพิษแล้วหลีกหนีไปฉะนั้น กุลบุตรเหล่านั้น ละ อวิชชาอันเป็นรากเหง่าแห่งภพแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะ จักปรินิพพาน. พระราชาพระองค์นั้น ทรงสดับอสุภกถาจนแจ่มแจ้ง ถึงสภาวะ แห่งสรีระอย่างแท้จริง ซึ่งขันธ์มีอาการเป็นอเนก ต่อพระพักตร์พระศาสดา อึดอัด ละอาย รังเกียจ มีพระทัยสังเวชต่อร่างกายของพระองค์ ถวาย บังคมพระศาสดาแล้ว ทูลขอบรรพชาว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระ- องค์พึงได้บรรพชาในสำนัก พระผู้มีพระภาคเจ้า. พระศาสดาทรงมีรับสั่งให้ ภิกษุรูปหนึ่ง ซึ่งยืนอยู่ในที่ใกล้ ด้วยพระดำรัสว่า ภิกษุ เธอจงไป จงให้พระราชานี้ได้บรรพชา อุปสมบทแล้วจึงมาเถิด. ภิกษุรูปนั้น ให้ตจปัญจกกัมมัฏฐานแล้ว ให้พระราชาพระองค์นั้น ได้รับบรรพชา พระราชาพระองค์นั้น ในขณะจรดมีดโกนเท่านั้น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka