ก็บรรลุพระอรหัต พร้อมด้วยปฏิสัมภิทาทั้งหลาย. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึง
กล่าวไว้ในอปทาน๑ว่า :-
เราได้คล้องผ้าอันวิจิตรหลายผืน ไว้ตรงหน้าพระสถูป
อันประเสริฐ ของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า สิทธัตถะ
แล้วตั้งต้นกัลปพฤกษ์ไว้ เราเข้าถึงกำเนิดใด ๆ คือความ
เป็นเทวดาหรือมนุษย์ ในกำเนิดนั้น ๆ ต้นกัลปพฤกษ์
อันงาม ย่อมประดิษฐานอยู่ใกล้ประตูเรา เวลานั้น เราเอง
บริษัท เพื่อน และคนคุ้นเคย ได้ถือเอาผ้าจากต้นกัลป-
พฤกษ์นั้นมานุ่งห่ม ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้ตั้งต้น
กัลปพฤกษ์ไว้ ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้สึกทุคติเลย นี้เป็น
ผลแห่งการตั้งต้นกัลปพฤกษ์ และในกัปที่ ๗ แต่กัปนี้ ได้
มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๘ พระองค์ ทรงพระนามว่า คุณวิเศษ
ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพละมาก คุณวิเศษ
เหล่านี้คือ ปฏิสัมภิทา ๔ ... ฯลฯ... พระพุทธศาสนา
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ก็พระราชาบรรลุพระอรหัตแล้ว ได้อุปสมบทแล้ว เข้าไปเฝ้า
พระศาสดา ถวายบังคม นั่ง ณ ที่ควรข้างหนึ่ง เมื่อจะพยากรณ์ความเป็น
พระอรหัต จึงตรัสคาถาเหล่านั้นนั่นแลไว้. ด้วยเหตุนั้นนั่นแหละ คาถา
เหล่านั้น จึงชื่อว่า เถรคาถา.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นานากุลมลสมฺปุณฺโณ ความว่า อัน
๑. ขุ. อ. ๓๒/ข้อ ๔๒.