Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 387

เล่ม มมร. 52 หน้า 387 ข้อ 374
ก็บรรลุพระอรหัต พร้อมด้วยปฏิสัมภิทาทั้งหลาย. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึง กล่าวไว้ในอปทาน๑ว่า :- เราได้คล้องผ้าอันวิจิตรหลายผืน ไว้ตรงหน้าพระสถูป อันประเสริฐ ของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า สิทธัตถะ แล้วตั้งต้นกัลปพฤกษ์ไว้ เราเข้าถึงกำเนิดใด ๆ คือความ เป็นเทวดาหรือมนุษย์ ในกำเนิดนั้น ๆ ต้นกัลปพฤกษ์ อันงาม ย่อมประดิษฐานอยู่ใกล้ประตูเรา เวลานั้น เราเอง บริษัท เพื่อน และคนคุ้นเคย ได้ถือเอาผ้าจากต้นกัลป- พฤกษ์นั้นมานุ่งห่ม ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้ตั้งต้น กัลปพฤกษ์ไว้ ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้สึกทุคติเลย นี้เป็น ผลแห่งการตั้งต้นกัลปพฤกษ์ และในกัปที่ ๗ แต่กัปนี้ ได้ มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๘ พระองค์ ทรงพระนามว่า คุณวิเศษ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพละมาก คุณวิเศษ เหล่านี้คือ ปฏิสัมภิทา ๔ ... ฯลฯ... พระพุทธศาสนา เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ก็พระราชาบรรลุพระอรหัตแล้ว ได้อุปสมบทแล้ว เข้าไปเฝ้า พระศาสดา ถวายบังคม นั่ง ณ ที่ควรข้างหนึ่ง เมื่อจะพยากรณ์ความเป็น พระอรหัต จึงตรัสคาถาเหล่านั้นนั่นแลไว้. ด้วยเหตุนั้นนั่นแหละ คาถา เหล่านั้น จึงชื่อว่า เถรคาถา. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นานากุลมลสมฺปุณฺโณ ความว่า อัน ๑. ขุ. อ. ๓๒/ข้อ ๔๒.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka