พระศาสดา ทรงบังคับรับสั่งให้ภิกษุผู้ถือการเที่ยวบิณฑบาตเป็น
วัตรรูปหนึ่ง ด้วยพระดำรัสว่า ดูก่อนภิกษุ เธอ จงให้กุลบุตรผู้นี้บวชเถิด.
ท่าน เมื่อภิกษุนั้นจะให้บรรพชา พอมีดโกนจรดเส้นผมเท่านั้น ก็บรรลุ
พระอรหัตแล้ว ไปสู่โกศลชนบท อยู่ที่โกศลชนบทนั้นนานแล้ว กลับมา
ยังกรุงสาวัตถีอีก. พวกญาติผู้เป็นพราหมณ์มหาศาลเป็นอันมาก เข้าไป
หาท่านพระโคดมเถระนั้นแล้ว เข้าไปนั่งใกล้ พากันถามว่า พวกสมณ-
พราหมณ์เป็นอันมากในโลกนี้ มีวาทะอันบริสุทธิ์ในสงสาร, ในสมณ-
พราหมณ์เหล่านั้น พวกไหนมีวาทะที่แน่นอน, ปฏิบัติอย่างไร จึงจะ
บริสุทธิ์จากสงสารได้ ดังนี้. พระเถระเมื่อจะประกาศเนื้อความนั้นแก่ญาติ
เหล่านั้น จึงกล่าวคาถา๑เหล่านั้นว่า :-
บุคคลพึงรู้จักประโยชน์ของตน พึงตรวจตราดูคำ
สั่งสอนของพระศาสดา และพึงตรวจตราดูสิ่งที่สมควร
แก่กุลบุตร ผู้เข้าถึงซึ่งความเป็นสมณะในพระศาสนานี้
การมีมิตรดี การสมาทานสิกขาให้บริบูรณ์ การเชื่อฟัง
ต่อครูทั้งหลาย ข้อนี้ล้วนแต่สมควรแก่สมณะ ในพระ-
ศาสนานี้ ความเคารพในพระพุทธเจ้า ความยำเกรงใน
พระธรรมและพระสงฆ์ ตามความเป็นจริง ข้อนี้ล้วน
สมควรแก่สมณะ การประกอบในอาจาระและโคจรอาชีพ
ที่หมดจด อันบัณฑิตไม่ติเตียน การตั้งจิตไว้ชอบนี้ ล้วน
แต่สมควรแก่สมณะ จาริตศีลและการิตศีล การเปลี่ยน
อิริยาบถ อันน่าเลื่อมใส และการประกอบในอธิจิต
๑. ขุ. เถร. ๒๖/ข้อ ๓๗๖.