ประโยชน์อันสูงสุด เราบรรลุวิชชา ๓ แล้ว คำสั่งสอน
ของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว จิตของเราผู้น้อมไป
ในเนกขัมมะ ในความวิเวกแห่งจิต ในความไม่เบียด-
เบียน ในความสิ้นไปแห่งอุปาทาน ในความสิ้นตัณหา
และความไม่หลงใหลแห่งใจ ย่อมหลุดพ้นโดยชอบ
เพราะเห็นความเกิดขึ้นแห่งอายตนะ การสั่งสมย่อมไม่มี
แก่ภิกษุนั้น ผู้หลุดพ้นแล้วโดยชอบ มีจิตรักสงบ เสร็จ
กิจแล้ว กิจอื่นที่จะพึงทำอีกไม่มี ภูเขาศิลาล้วนเป็นแท่ง
ทึบ ย่อมไม่สะเทือนด้วยลมฉันใด รูป เสียง กลิ่น รส
โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์ทั้งสิ้น ทั้งที่เป็นอิฏฐารมณ์
และอนิฏฐารมณ์ ย่อมไม่ทำจิตของบุคคลผู้คงที่ให้หวั่น-
ไหวได้ฉันนั้น จิตของผู้คงที่นั้น เป็นจิตตั้งมั่นไม่หวั่นไหว
ไม่เกาะเกี่ยวด้วยอารมณ์อะไร ๆ เพราะผู้คงที่นั้นพิจารณา
เห็นความเสื่อมไปแห่งอารมณ์นั้น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยาหุ รฏฺเ สมุกฺกฏฺโ ความว่า ผู้ใด
เป็นผู้สูงสุด คือประเสริฐสุดโดยชอบ คืออย่างยิ่ง ด้วยโภคสมบัติและด้วย
อิสริยสมบัติ พร้อมด้วยชาวบ้าน ๘๐,๐๐๐ คนในอังครัฐ.
บทว่า รญฺโ อคฺคสฺส ปทฺธคู ประกอบความว่า เป็นบริวาร
แห่งพระเจ้าพิมพิสาร ผู้เป็นอธิบดีในอังครัฐ เพราะอรรถว่าเป็นที่ยินดี
แห่งบริษัทด้วยสังคหวัตถุ ๔ เป็นคหบดีวิเศษ เป็นกุฎุมพีในรัฐของ
พระเจ้าพิมพิสารนั้น.