Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 479

เล่ม มมร. 52 หน้า 479 ข้อ 382
จึงปรารภโลกธรรม ของหมู่พระอริยะผู้เป็นคฤหัสถ์และบรรพชิต ผู้มา ยังสำนักตน เมื่อจะแสดงธรรม จึงได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า โคอาชาไนยที่ดี อันเขาเทียมแล้วที่แอกเกวียนไปได้ ไม่ย่อท้อต่อภาระอันหนัก ไม่ทอดทิ้งเกวียนอันเขาเทียม แล้ว แม้ฉันใด บุคคลเหล่าใดบริบูรณ์ด้วยปัญญา เหมือน มหาสมุทรอันเต็มด้วยน้ำ บุคคลเหล่านั้นย่อมไม่ดูหมิ่นผู้ อื่น ฉันนั้น ย่อมเป็นดังอริยธรรมของสัตว์ทั้งหลาย นรชน ผู้ตกอยู่ในอำนาจของเวลา ตกอยู่ในอำนาจของภพน้อย ภพใหญ่ ย่อมเข้าถึงความทุกข์และต้องเศร้าโศก คนพาล ไม่พิจารณาเห็นตามความเป็นจริง ย่อมเดือดร้อนด้วย เหตุ ๒ อย่าง คือมีใจฟูขึ้นเพราะเหตุแห่งสุข ๑ มีใจฟุบลง เพราะเหตุแห่งทุกข์ ชนเหล่าใด ก้าวล่วงตัณหาเครื่อง ร้อยรัดในทุกขเวทนา ในสุขเวทนา และในอทุกขมสุข เวทนา ชนเหล่านั้นเป็นผู้ตั้งมั่นไม่หวั่นไหวเหมือนเสา เขื่อน เป็นผู้ไม่ฟูขึ้นและฟุบลง ชนเหล่านั้นย่อมไม่ติดอยู่ ในลาภ ความเสื่อมลาภ ในยศ การเสื่อมยศ นินทา สรร- เสริญ สุข และทุกข์ทั้งหมด ดังหยาดน้ำไม่ติดอยู่บนใบบัว ฉะนั้น นักปราชญ์ทั้งหลายมีความสุข และได้ชัยชนะในที่ ทุกแห่งไป การไม่ได้ลาภโดยชอบธรรม กับการได้ลาภ โดยไม่ชอบธรรม ทั้งสองอย่างนี้ การไม่ได้ลาภอันชอบ ธรรมประเสริฐกว่า การได้ลาภอันไม่ชอบธรรมจะประ- เสริฐอะไร คนไม่มีความรู้ มียศ กับคนมีความรู้ แต่
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka