จึงปรารภโลกธรรม ของหมู่พระอริยะผู้เป็นคฤหัสถ์และบรรพชิต ผู้มา
ยังสำนักตน เมื่อจะแสดงธรรม จึงได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า
โคอาชาไนยที่ดี อันเขาเทียมแล้วที่แอกเกวียนไปได้
ไม่ย่อท้อต่อภาระอันหนัก ไม่ทอดทิ้งเกวียนอันเขาเทียม
แล้ว แม้ฉันใด บุคคลเหล่าใดบริบูรณ์ด้วยปัญญา เหมือน
มหาสมุทรอันเต็มด้วยน้ำ บุคคลเหล่านั้นย่อมไม่ดูหมิ่นผู้
อื่น ฉันนั้น ย่อมเป็นดังอริยธรรมของสัตว์ทั้งหลาย นรชน
ผู้ตกอยู่ในอำนาจของเวลา ตกอยู่ในอำนาจของภพน้อย
ภพใหญ่ ย่อมเข้าถึงความทุกข์และต้องเศร้าโศก คนพาล
ไม่พิจารณาเห็นตามความเป็นจริง ย่อมเดือดร้อนด้วย
เหตุ ๒ อย่าง คือมีใจฟูขึ้นเพราะเหตุแห่งสุข ๑ มีใจฟุบลง
เพราะเหตุแห่งทุกข์ ชนเหล่าใด ก้าวล่วงตัณหาเครื่อง
ร้อยรัดในทุกขเวทนา ในสุขเวทนา และในอทุกขมสุข
เวทนา ชนเหล่านั้นเป็นผู้ตั้งมั่นไม่หวั่นไหวเหมือนเสา
เขื่อน เป็นผู้ไม่ฟูขึ้นและฟุบลง ชนเหล่านั้นย่อมไม่ติดอยู่
ในลาภ ความเสื่อมลาภ ในยศ การเสื่อมยศ นินทา สรร-
เสริญ สุข และทุกข์ทั้งหมด ดังหยาดน้ำไม่ติดอยู่บนใบบัว
ฉะนั้น นักปราชญ์ทั้งหลายมีความสุข และได้ชัยชนะในที่
ทุกแห่งไป การไม่ได้ลาภโดยชอบธรรม กับการได้ลาภ
โดยไม่ชอบธรรม ทั้งสองอย่างนี้ การไม่ได้ลาภอันชอบ
ธรรมประเสริฐกว่า การได้ลาภอันไม่ชอบธรรมจะประ-
เสริฐอะไร คนไม่มีความรู้ มียศ กับคนมีความรู้ แต่