ลูกจ้างรอให้หมดเวลาทำงานฉะนั้น เราไม่ยินดีความตาย
ไม่เพลิดเพลินความเป็นอยู่ แต่เรามีสติสัมปชัญญะรอ
เวลาตาย พระศาสดาเราได้คุ้นเคยแล้ว เราทำคำสั่งสอน
ของพระพุทธเจ้าเสร็จแล้ว ปลงภาระอันหนักลงแล้ว ถอน
ตัณหาเครื่องนำไปสู่ภพขึ้นแล้ว ได้บรรลุถึงประโยชน์ที่
กุลบุตรทั้งหลาย ผู้ออกบวชเป็นบรรพชิตต้องการแล้ว
เพราะฉะนั้น จะมีประโยชน์อะไร ด้วยสัทธิวิหาริกผู้ว่า
ยากแก่เรา.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุทฺธโต ความว่า ประกอบด้วยความ
ฟุ้งซ่าน คือมีจิตไม่ตั้งมั่น มีจิตฟุ้งซ่าน.
บทว่า จปโล ความว่า ประกอบด้วยความโยกโคลง มีการตบแต่ง
บาตรและจีวรเป็นต้น คือเป็นผู้มีจิตโลเลเป็นปกติ.
บทว่า มิตฺเต อาคมฺม ปาปเก ความว่า อาศัยบุคคลไม่เป็น
กัลยาณมิตรแล้วไม่กระทำสมณธรรม. บทว่า สํสีทติ มโหฆสฺมึ อูมิยา
ปฏิกุชฺชิโต ความว่า บุรุษผู้ตกไปในมหาสมุทร อันคลื่นในมหาสมุทร
ท่วมทับ เมื่อไม่สามารถจะยกศีรษะขึ้นได้ ก็จมไปในมหาสมุทรนั่นเอง
ฉันใด บุคคลผู้วนเวียนอยู่ในโอฆะใหญ่ ในสงสารก็ฉันนั้น ถูกคลื่นคือ
โกธะและอุปายาสครอบงำ คือท่วมทับ เมื่อไม่สามารถเพื่อจะยกศีรษะคือ
ปัญญาขึ้นด้วยอำนาจวิปัสสนา จึงจมลงไปในโอฆะใหญ่คือสงสารนั้น
นั่นเอง.
บทว่า นิปโก ได้แก่ ผู้ละเอียดอ่อน คือเป็นผู้ฉลาดในประโยชน์
คนและประโยชน์ผู้อื่น. บทว่า สํวุตินฺทฺริโย ความว่า ผู้มีอินทรีย์อันปิด